โหลดเร็วขึ้น! ด้วยเทคนิคดึงผลการค้นหาล่วงหน้าจาก Google
Google เผยเทคนิคการดึงผลการค้นหาไว้ล่วงหน้า (Prefetch) เพื่อการโหลดหน้าเว็บไซต์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น! โดยอธิบายถึงการใช้ประโยชน์จาก Speculation Rules API ในการดึงผลการค้นหาล่วงหน้า ซึ่งช่วยยกระดับความเร็วในการโหลดข้อมูลบน Google Chrome ให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์ออนไลน์ที่ลื่นไหลและตอบสนองได้ทันใจ
เมื่อเราค้นหาผ่าน Google Chrome ตัว Google จะทำการโหลดหน้าเว็บล่วงหน้าบางส่วนก่อนที่จะกดคลิก ช่วยให้หน้าเว็บแสดงผลได้อย่างฉับไวและลดเวลารอคอยให้เหลือน้อยที่สุด มาดูภาพรวมของกลไกการทำงานนี้และประโยชน์ที่ Google พบจากการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้มาใช้กัน

หลักการทำงานของ Prefetching?
อันดับแรก Google จะโหลดผลการค้นหาสองอันดับแรกไว้ล่วงหน้าก่อนที่เราจะคลิกจริง เมื่อผลการค้นหาแสดงบนหน้าจอ เบราว์เซอร์ของจะดึงลิงก์เหล่านี้มาเก็บไว้ทันที ส่งผลให้หน้าเว็บโหลดได้รวดเร็วขึ้นและมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลกว่าเดิม
นั่นหมายความว่า หากเราคลิกที่ผลการค้นหาใดก็ตาม ระบบจะทำการโหลดหน้าเว็บล่วงหน้าไว้บางส่วนแล้ว จึงช่วยลดเวลารอให้เหลือน้อยที่สุด
Google อธิบายเพิ่มเติมว่า:
“Google Search ได้ใช้ประโยชน์จาก Speculation Rules API เพื่อเร่งความเร็วในการนำทางจากหน้าผลการค้นหาไปยังลิงก์ปลายทาง และยังได้นำคุณสมบัติเด่นบางส่วนของ API นี้มาใช้ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์กับเจ้าของเว็บไซต์รายอื่นๆ ด้วย”
ในช่วงเริ่มต้น หนึ่งในกลยุทธ์หลักของ Google คือ:
“หนึ่งในการใช้งาน Speculation Rules ครั้งแรก ๆ คือการโหลดผลการค้นหา 2 อันดับแรกไว้ล่วงหน้า”
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเราเข้าถึงหน้าแสดงผลการค้นหา เบราว์เซอร์จะดึงข้อมูล HTML ของผลการค้นหาอันดับต้นๆ ล่วงหน้าแบบเงียบๆ ทันที ช่วยให้มีความได้เปรียบและประหยัดเวลาไปอีกขั้น หากตัดสินใจคลิกผลการค้นหานั้น

Performance ที่ดีขึ้น
จากการทดสอบพบว่าความเร็วในการโหลดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- บน Chrome สำหรับ Android: Google บันทึกการลดลงของค่า Largest Contentful Paint (LCP) ถึง 67 มิลลิวินาที
- ส่วนผู้ใช้ Chrome บนเดสก์ท็อป: เห็นการปรับปรุงความเร็วขึ้นถึง 58.6 มิลลิวินาที
นอกจากการโหลดผลการค้นหา 2 อันดับแรกไว้ล่วงหน้าแล้ว Google ยังเลือกโหลดลิงก์อื่นๆ เมื่อเคอร์เซอร์ของผู้ใช้เลื่อนไปเหนือผลการค้นหาในเวอร์ชันเดสก์ท็อปอีกด้วย:
“The Speculation Rules API ถูกปรับปรุงเพิ่มเติมด้วยคุณสมบัติ ‘eagerness’ ที่ช่วยให้ระบบโหลดลิงก์ล่วงหน้าได้เฉพาะเมื่อผู้ใช้เลื่อนเมาส์ผ่าน หรือเริ่มคลิกที่ลิงก์เท่านั้น Google Search จึงก้าวข้ามการโหลดแค่ 2 อันดับแรก และขยายไปโหลดผลการค้นหาอื่นล่วงหน้า แต่จะทำก็ต่อเมื่อผู้ใช้เลื่อนไปเหนือผลการค้นหานั้น…”
การเลื่อนเคอร์เซอร์ผ่านผลการค้นหาจะกระตุ้นให้เกิดการโหลดล่วงหน้า (Prefetch) ในระดับปานกลางเท่านั้น เพราะว่าช่วยประหยัดแบนด์วิธสำหรับลิงก์ที่อาจไม่ได้คลิกในท้ายที่สุด
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือหรือ Tablet ไม่รองรับฟังก์ชัน “Hover” ทำให้ Google ไม่เห็นประโยชน์ในลักษณะเดียวกันกับที่ใช้บน Desktop
แผนการทดลองในอนาคต & การรองรับบนเบราว์เซอร์
Google กำลังทดลอง Prerender หน้าแสดงผลการค้นหา (SERPs) ทั้งหน้าในบางสถานการณ์ เช่น เมื่อเราเริ่มพิมพ์คำค้นหาบน Address Bar ของ Chrome
Search Engine อื่นๆ ก็สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน แต่ปัจจุบัน Google ยังคงเป็นเจ้าหลัก ๆ ที่นำมาใช้อยู่
โดย Speculation Rules API นั้นทำงานได้บนเบราว์เซอร์ตระกูล Chromium เช่น Google Chrome
Prefetching สำคัญยังไง
การโหลดล่วงหน้า (Prefetch) สามารถลดเวลาในการโหลดเพจลงได้แม้เพียงไม่กี่มิลลิวินาที แต่ก็เป็นสิ่งที่ Google เน้นว่านี่มีความหมายอย่างยิ่งในยุคที่มีการค้นหาหลายพันล้านครั้งต่อวัน
หากกลุ่มเป้าหมายของเราใช้งาน Chrome เป็นหลัก การนำ Speculation Rules API มาใช้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของเราได้อย่างมีนัยสำคัญ