Google เดินเกมใหม่! Google ใช้ JavaScript บล็อกเครื่องมือ SEO

Google ได้ออกมายืนยันว่าตอนนี้เริ่มใช้ JavaScript เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการป้องกันบอทและเครื่องมือ SEO การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเครื่องมือ SEO ที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ การจำกัดคำขอหรือ "Rate Limiting" อาจเป็นอาวุธลับของ Google ในการควบคุมปริมาณข้อมูลที่ถูกดึงออกจากระบบ งานนี้วงการ SEO ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด!

อัปเดตจาก SERPrecon

Ryan Jones ได้แจ้งผ่าน x ว่า SERPrecon กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยเครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบผลลัพธ์การค้นหากับคู่แข่งในช่วงเวลาต่าง ๆ และวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งด้วยเทคนิคอย่าง Vector, Machine Learning และ NLP ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือ SEO ที่คุ้มค่าและมีประโยชน์อย่างมาก

SERPrecon ของ Ryan Jones (โปรไฟล์ LinkedIn) กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ตามที่ทวีตไว้ว่า:

“ข่าวดี ตอนนี้เรากลับมาใช้งานได้แล้ว ขอบคุณที่อดทนรอ”

Google Search กำหนดให้เปิดใช้งาน JavaScript

Google ได้อัปเดตช่องค้นหาอย่างเงียบ ๆ เพื่อกำหนดให้ผู้ใช้ทั้งหมด รวมถึงบอท ต้องเปิดใช้งาน JavaScript ขณะค้นหา หากใช้งาน Google Search โดยไม่เปิด JavaScript จะปรากฏข้อความดังนี้:

เปิดใช้งาน JavaScript เพื่อค้นหาต่อ
เบราว์เซอร์ของคุณปิดการใช้งาน JavaScript หากต้องการค้นหาต่อ กรุณาเปิดใช้งาน

คำชี้แจงจาก Google

โฆษกของ Google ได้ให้ข้อมูลกับ TechCrunch ว่า:

“การเปิดใช้งาน JavaScript ช่วยให้เราปกป้องบริการและผู้ใช้จากบอท การละเมิด และสแปมรูปแบบใหม่ ๆ อีกทั้งยังช่วยให้ข้อมูลที่แสดงมีความเกี่ยวข้องและเป็นปัจจุบันมากขึ้น”

JavaScript อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลข้อมูลเฉพาะบุคคล (Personalization) ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่โฆษกหมายถึงในแง่การนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่สุด นอกจากนี้ JavaScript ยังสามารถใช้บล็อกบอทได้อีกด้วย

การวิเคราะห์โค้ด JavaScript ผ่าน ChatGPT

จากการตรวจสอบ JavaScript บางส่วนใน Chrome Dev Tools แล้วนำไปวิเคราะห์ผ่าน ChatGPT ผลการวิเคราะห์พบว่าโค้ดดังกล่าวมีฟังก์ชันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ:

ฟังก์ชันหลัก
การสร้างค่าสุ่ม Randomized Value Generation (rdb)

  • สร้างค่าการสุ่มตามคุณสมบัติ (D_d, idc, และ p4b) ของวัตถุที่ป้อน (object a) โดยมีข้อจำกัดของ p7d
  • อาจใช้เพื่อจำกัดอัตราการร้องขอ (Rate Limiting), เพิ่มระยะเวลาถอยหลังแบบทวีคูณ Exponential Backoff หรือตรรกะที่คล้ายกัน

จุดประสงค์และบริบท จากองค์ประกอบต่าง ๆ สคริปต์นี้:

  • อาจใช้จัดการการร้องขอซ้ำหรือควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรเว็บ
  • บังคับใช้นโยบายที่กำหนดว่าการร้องขอนั้นถูกต้องหรือไม่
  • บันทึกข้อผิดพลาดและอาจร้องขอซ้ำตามกฎที่กำหนด
  • ใช้ความล่าช้าแบบสุ่มหรือข้อจำกัดเพื่อควบคุมกลไกร้องขอซ้ำ

จากการวิเคราะห์ ChatGPT ชี้ให้เห็นว่าโค้ด JavaScript นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อการจัดการคำขออย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมปริมาณคำขอที่ส่งมายังระบบหรือบริการ (Rate-Limiting) และการจัดการคำขอที่ล้มเหลว (Exponential Backoff) ดังนี้:

การจำกัดอัตราการร้องขอ (Rate-Limiting)

ใช้เพื่อจำกัดจำนวนการกระทำ (เช่น การร้องขอ API) ที่ผู้ใช้หรือระบบสามารถทำได้ในช่วงเวลาที่กำหนด

โค้ดอาจใช้เทคนิค Randomized Value Generation (rdb) เพื่อสุ่มค่าและใช้ควบคุมจำนวนครั้งที่อนุญาตให้สามารถร้องขอได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งช่วยจัดการปริมาณทราฟฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Exponential Backoff

ChatGPT อธิบายว่าเทคนิคนี้ช่วยลดจำนวนครั้งที่สามารถลองใหม่ได้ เมื่อการกระทำล้มเหลว โดยเพิ่มระยะเวลาระหว่างการลองใหม่สำหรับการดำเนินการที่ล้มเหลว ในลักษณะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

Semrush ยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบ

Semrush ได้ตอบกลับข้อสงสัยใน LinkedIn ว่าความล่าช้าที่เกิดขึ้นเกิดจากการบำรุงรักษาทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนด JavaScript ของ Google โดยแจ้งว่า:

“สวัสดี Natalia Witczyk ความล่าช้าที่คุณเห็นเมื่อวานนี้เกิดจากการบำรุงรักษาทั่วไป ภายในเครื่องมือ Position Tracking ของเรา ซึ่งไม่มีปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ของ Google แต่เราจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากคุณยังพบปัญหา แนะนำให้รีเฟรชโปรเจกต์ของคุณ หรือส่ง DM ถึงเราหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุนของเราได้เลย…”

สิ่งนี้จะทำให้เครื่องมือ SEO มีราคาแพงขึ้นหรือไม่

มีการสังเกตจากนักการตลาดสาย Search ทั่วโซเชียลมีเดียว่าการรับมือกับการบล็อกอาจทำให้ต้องเพิ่มทรัพยากรในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและอาจถูกส่งต่อไปยังผู้ใช้ในรูปแบบการปรับราคาค่าบริการที่เพิ่มขึ้น

Vahan Petrosyan, ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีที่ Search Engine Journal กล่าวว่า:

“การขูดข้อมูลจาก Google ด้วย JavaScript ต้องการพลังการประมวลผลมากขึ้น คุณมักต้องใช้เบราว์เซอร์แบบ Headless เพื่อเรนเดอร์หน้าเว็บ ซึ่งเพิ่มขั้นตอนและต้นทุนการโฮสต์ นอกจากนี้ กระบวนการยังช้าลงเนื่องจากต้องรอการโหลด JavaScript Google อาจตรวจจับกิจกรรมดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้การหลีกเลี่ยงการบล็อกทำได้ยากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนในการใช้งานเครื่องมือ SEO สูงขึ้น”

การเปลี่ยนแปลงของ Google ในการใช้ JavaScript เพื่อบล็อกบอทและเครื่องมือ SEO เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังมุ่งมั่นปกป้องระบบและข้อมูลผู้ใช้งานให้ปลอดภัยมากขึ้น สำหรับวงการ SEO นี่อาจเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะในยุคนี้ “คุณภาพ” ของข้อมูลสำคัญกว่าการพยายามหลอกอัลกอริทึม

Read more

ทำยังไงให้ AI แนะนำธุรกิจของคุณ — 7 ขั้นตอนที่ทำได้เลยวันนี้

ทำยังไงให้ AI แนะนำธุรกิจของคุณ — 7 ขั้นตอนที่ทำได้เลยวันนี้

AI ไม่ได้เลือกแนะนำธุรกิจอะไรก็ได้ แต่มีพื้นฐานมาจากการ รู้จัก เข้าใจ และความน่าเชื่อถือ การจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ มี 7 ขั้นตอนที่คุณต้องเรียนรู้และลงมือทำ

By theconductorbkk
วิธีเลือก GEO Agency ที่ใช่ — 5 เกณฑ์ที่ควรเช็คก่อนตัดสินใจ

วิธีเลือก GEO Agency ที่ใช่ — 5 เกณฑ์ที่ควรเช็คก่อนตัดสินใจ

การทำ AI Search Optimization หรือ GEO ควรให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการเลือก Agency "5 เกณฑ์ที่ควรเช็คก่อนตัดสินใจ" จะช่วยคุณเลือก GEO Agency ที่ใช่ได้ไม่ยาก

By theconductorbkk

Google ยืนยัน! ยกเลิก Sitelinks Search Box อย่างเป็นทางการ

Google ได้ทำการลบเอกสารเกี่ยวกับ Sitelinks Search Box ออกจากระบบ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าฟีเจอร์การค้นหาแบบเดิมนี้ถูกยกเลิกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบค้นหาของ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น

By admin