Google ใช้ปัจจัยอะไรการเลือก Canonical URL มาเช็กกันว่าคุณใช้ถูกต้องไหม?

เลือก Canonical URL
Image_Web Conductor (8)

หากเว็บไซต์ของคุณมีหน้าเพจที่มีเนื้อหาคล้ายกัน Google ตัดสินใจอย่างไรว่า URL ใดควรเป็นเวอร์ชันหลัก (Canonical URL)? นี่คือหนึ่งในคำถามสำคัญของนักการตลาดและนักพัฒนาเว็บไซต์ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ SEO อย่างถูกต้อง

ในพอดแคสต์ Search Off the Record ตอนล่าสุด Allan Scott จากทีม "Dups" ของ Google เปิดเผยว่า Google ใช้มากถึง 40 ปัจจัย ในการเลือก Canonical URL ไม่ใช่แค่การดู rel="canonical" tags หรือ 301 redirects เท่านั้น แต่ยังพิจารณาสัญญาณอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเลือก URL ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดทำดัชนีและแสดงผลในการค้นหา มาดูกันว่าปัจจัยเหล่านี้มีอะไรบ้าง และคุณจะสามารถเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับที่ดีขึ้น

เลือก Canonical URL

การเลือก Canonical URL ด้วยกว่า 40 ปัจจัยที่ Google ใช้

ปัญหา เนื้อหาซ้ำกัน (Duplicate Content) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในโลกของ SEO เพราะหลายเว็บไซต์มีหลายเพจที่มีเนื้อหาเหมือนหรือคล้ายกัน

เพื่อแก้ปัญหานี้ Google ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Canonicalization ซึ่งช่วยเลือก URL เวอร์ชันหลัก เพื่อนำไปจัดทำดัชนีและแสดงผลในผลการค้นหา

Google เคยกล่าวถึงความสำคัญของ rel="canonical" tag, sitemaps, และ 301 redirects ในการกำหนด Canonical URL แต่นอกจากนั้นยังมี ปัจจัยอื่นๆ รวมแล้วมากถึง 40 ปัจจัย ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจนี้

Allan Scott กล่าวไว้ว่า:

"ผมไม่แน่ใจตัวเลขที่แน่นอนในตอนนี้ เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ผมคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 40 ปัจจัย"

ปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้ในการเลือก Canonical URL

  • rel="canonical" tag (แท็กกำหนดเวอร์ชันหลักของหน้า)
  • 301 redirects (การเปลี่ยนเส้นทางแบบถาวร)
  • HTTPS vs. HTTP (Google ให้ความสำคัญกับ HTTPS มากกว่า)
  • Sitemaps (ไฟล์ที่ช่วยบอก Google ว่า URL ใดเป็นเวอร์ชันหลัก)
  • Internal linking (โครงสร้างลิงก์ภายในเว็บไซต์)
  • ความยาวของ URL (URL ที่สั้นกว่ามักจะถูกเลือกมากกว่า)

น้ำหนักของแต่ละปัจจัยอาจแตกต่างกัน บางปัจจัย เช่น rel="canonical" ไม่ได้มีผลแค่การกำหนด Canonical URL แต่ยังมีผลต่อการจัดกลุ่มเนื้อหาอีกด้วย

การปรับสมดุลของสัญญาณ (Balancing Signals) – เมื่อ Google ต้องเลือก Canonical URL

เมื่อมีสัญญาณหลายตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง บางครั้งอาจเกิดกรณีที่ สัญญาณขัดแย้งกัน ทำให้ Google ต้องเลือก Canonical URL อย่างระมัดระวัง

เมื่อ Google พิจารณาหลายสัญญาณพร้อมกัน บางครั้งอาจเกิด ความขัดแย้ง ระหว่างสัญญาณต่างๆ ทำให้ต้องมีการตัดสินใจเลือก Canonical URL อย่างรอบคอบ

Scott อธิบายว่า:

"ถ้าสัญญาณขัดแย้งกัน ระบบจะต้องถอยกลับไปใช้ปัจจัยที่มีน้ำหนักน้อยกว่า"

แปลว่า:

  • แม้ว่าสัญญาณสำคัญอย่าง rel="canonical" หรือ 301 redirects จะมีอิทธิพลสูง แต่หากมีความไม่ชัดเจน Google จะพิจารณาปัจจัยอื่นๆ แทน
  • กระบวนการ Canonicalization เป็นการปรับสมดุลระหว่างปัจจัยทั้งหมด เพื่อเลือก Canonical URL ที่เหมาะสมที่สุด

การตั้งค่าสัญญาณให้ สอดคล้องและชัดเจน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ Google เข้าใจว่า URL ใดควรเป็น Canonical URL ที่ถูกต้อง

วิธีเลือก Canonical URL

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการกำหนด Canonical URL

1. rel="canonical" tag ไม่ถูกต้องหรือขัดแย้งกัน

  • กำหนด Canonical ไปยังหน้า 404 หรือหน้าที่ไม่มีอยู่จริง
  • ใช้ Canonical tags หลายตัวในหน้าเดียว แต่แต่ละตัวชี้ไปยัง URL ที่ต่างกัน
  • กำหนด Canonical ไปยังโดเมนอื่น ซึ่งอาจทำให้ Google ไม่เข้าใจว่า URL ใดเป็นเวอร์ชันหลัก

วิธีแก้: ตรวจสอบ rel="canonical" ให้ถูกต้อง ใช้เพียง 1 ตัวต่อหน้า และใช้ Absolute URL (URL แบบเต็ม) เพื่อความชัดเจน

2. Canonical Chains หรือ Loops

  • Canonical Chain: Page A กำหนด Canonical ไปที่ Page B, และ Page B กำหนด Canonical ไปที่ Page C
  • Canonical Loop: Page A กำหนด Canonical ไปที่ Page B, และ Page B กำหนด Canonical กลับไปที่ Page A

วิธีแก้: กำหนด Canonical ไปยังเวอร์ชันสุดท้ายของเพจเสมอ และหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยง Canonical กลับไปกลับมา

3. ใช้ Noindex และ Canonical ร่วมกัน

  • Noindex บอกให้ Google ไม่ต้องจัดทำดัชนีหน้าเว็บ
  • แต่ Canonical บอกให้ Google รวมเนื้อหาหน้านี้เข้ากับ URL อื่น
  • การใช้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน ส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน อาจทำให้ Google ไม่สามารถเข้าใจว่า URL ควรถูกจัดทำดัชนีหรือไม่

วิธีแก้: ใช้ Canonical tag สำหรับการรวมเนื้อหา และใช้ noindex เฉพาะกรณีที่ต้องการบล็อกจากการจัดทำดัชนี

Noindex และ Canonical

4. กำหนด Canonical ไปยังหน้า Redirect หรือ Noindex

  • หาก Canonical ชี้ไปยัง URL ที่มี 301 Redirect หรือ Noindex อาจทำให้ Google สับสนเกี่ยวกับเวอร์ชันหลักของเพจ

วิธีแก้: Canonical URL ควรชี้ไปยังเพจที่มีสถานะ 200 OK และสามารถจัดทำดัชนีได้

<h3>5. ไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ของ URL (Case Sensitivity)</h3>

  • URL เช่น example.com/Page และ example.com/page อาจถูกมองว่าเป็น 2 หน้าที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดปัญหา Duplicate Content

วิธีแก้: ใช้ ตัวพิมพ์สม่ำเสมอ ใน URL และ Canonical tag

6. ไม่จัดการ Pagination และ URL Parameters อย่างเหมาะสม

  • หน้า Pagination (เนื้อหาที่ถูกแบ่งเป็นหลายหน้า เช่น หน้า 1, 2, 3…) อาจถูกมองว่าเป็น เนื้อหาซ้ำกัน (Duplicate Content)
  • URL ที่มี พารามิเตอร์เยอะเกินไป (เช่น ?sort=price หรือ ?utm_source=facebook) อาจทำให้ Google เห็นว่าเป็นหลายหน้าแยกกัน

วิธีแก้: ใช้ rel="canonical" tag ชี้ไปที่ หน้าแรกของซีรีส์ หรือใช้ตัวเลือก "View All" หากมี

Key Takeaways

  • Google ใช้สัญญาณมากถึง 40 ปัจจัย ในการกำหนด Canonical URL โดย rel="canonical" tags และ 301 redirects เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด
  • หากสัญญาณขัดแย้งกัน Google จะใช้ ปัจจัยรอง ในการตัดสินใจเลือก Canonical URL ที่เหมาะสมที่สุด
  • การกำหนด Canonical URL อย่างถูกต้อง ช่วยให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยง ความผิดพลาดทั่วไป เช่น Canonical loops, ใช้ Noindex ร่วมกับ Canonical และกำหนด Canonical ไปยังเพจที่ Redirect อาจทำให้ Google ไม่สามารถเลือก URL หลักได้อย่างถูกต้อง
  • แม้ว่า Google จะไม่เปิดเผยปัจจัยทั้งหมดที่ใช้ในการเลือก Canonical URL แต่ข้อมูลนี้ให้แนวทางที่ชัดเจนสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ของคุณ

แม้ว่า Google จะไม่เปิดเผยรายการปัจจัยทั้งหมดที่ใช้ในการกำหนด Canonical URL แต่ข้อมูลที่เปิดเผยนี้เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์และนักการตลาดเข้าใจหลักการทำงานของอัลกอริทึมได้ดีขึ้น การตั้งค่าสัญญาณให้ ถูกต้องและสอดคล้องกัน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ ได้รับการจัดทำดัชนีอย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการ ปรากฏในผลการค้นหาอันดับต้น ๆ อีกด้วย

Read more

Google ยกเลิก Sitelinks Search Box

Google ยืนยัน! ยกเลิก Sitelinks Search Box อย่างเป็นทางการ

Google ได้ทำการลบเอกสารเกี่ยวกับ Sitelinks Search Box ออกจากระบบ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าฟีเจอร์การค้นหาแบบเดิมนี้ถูกยกเลิกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบค้นหาของ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น

By admin
อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP

อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP และความล่าช้า ช่วยปรับปรุงเว็บให้เร็วขึ้น

Google Chrome ปล่อยอัปเดตใหม่สำหรับ Chrome User Experience Report (CrUX) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Largest Contentful Paint (LCP) และ ความล่าช้าของเครือข่าย (RTT) แบบละเอียด ช่วยให้การปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้ทำได้ง่ายและตรงจุดยิ่งขึ้น

By admin
Google บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ออก

Google อัปเดต Mobile Search Interface ทำไมถึงเอา Breadcrumbs ออก?

Google ประกาศเปลี่ยนแปลงการแสดงผล URL บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ทิ้ง! เหลือเพียงชื่อโดเมน เพื่อให้ผลการค้นหาดูเรียบง่ายและอ่านง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง! บนเดสก์ท็อปยังคงแสดงผลตามปกติ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลอย่างไรกับเว็บไซต์ของคุณ? มาดูรายละเอียดกันเลย! มี

By admin
ฟีเจอร์ Circle to Search คืออะไร

Google อัปเกรด Circle to Search ค้นหาไวขึ้นด้วย AI Overviews

เคยเจอสินค้าน่าสนใจบนโซเชียล แต่ไม่รู้ยี่ห้อ? เห็นโลโก้แปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร? อยากค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องพิมพ์ให้ยุ่งยาก? Google ขยายขีดความสามารถของ Circle to Search เพื่อให้การค้นหาข้อมูลสะดวกและรวดเร็วขึ้น เพียงแค่ วงกลม ขี

By admin