11 เคล็ดลับปรับปรุง SEO เพื่อคว้าตำแหน่งใน Google AI Overviews
Google AI Overviews คือคำตอบที่สร้างโดย AI ซึ่งปรากฏเด่นชัดด้านบนสุดของผลการค้นหา (SERP) พร้อมข้อมูลสรุปที่ตอบคำถามผู้ใช้อย่างตรงจุด
การติดอันดับใน AIOs ไม่เพียงช่วยเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ของคุณ แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์อีกด้วย ในบทความนี้ จะพามาดูเคล็ดลับสำคัญ เช่น การใช้ข้อมูลโครงสร้าง (Structured Data) คีย์เวิร์ดยาว (Long-tail Keywords) และการออกแบบที่รองรับมือถือ เพื่อคว้าตำแหน่งใน AIOs และเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ของคุณ!
Google AI Overviews คืออะไร?

Google AI Overviews (AIOs) คือการตอบคำถามที่สร้างขึ้นโดย AI และแสดงในตำแหน่งด้านบนสุดของหน้าผลลัพธ์การค้นหา (SERP)
ต่างจากผลลัพธ์การค้นหาแบบดั้งเดิม ตรงที่ AIOs จะสรุปข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อให้คำตอบโดยตรง พร้อมลิงก์แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ตำแหน่งการแสดงผลในหน้าผลลัพธ์
AIO จะแสดงคำตอบที่ด้านซ้ายของหน้า พร้อมกับลิงก์แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่ด้านขวา
Google คัดเลือกแหล่งข้อมูลที่จะแสดงผลใน AIOs โดยพิจารณาจาก ความน่าเชื่อถือ และ ความเกี่ยวข้อง กับเจตนาการค้นหาของผู้ใช้ ซึ่งเป็นจุดที่ SEO มีความสำคัญอย่างมาก
ทำไม AI Overviews ถึงสำคัญสำหรับ SEO?
AIOs คือตำแหน่งทองคำที่เพิ่มการมองเห็น (Visibility) และอัตราการคลิก (CTR) แม้หน้าเว็บของคุณจะไม่ได้ติดอันดับ Top 10 บน SERP
สถิติที่น่าสนใจ:
- 52% ของแหล่งข้อมูลใน AIOs มาจากอันดับ Top 10 ใน SERP
- 48% มาจากนอกหน้าแรก ทำให้แม้คุณไม่ได้ติดหน้าแรก ก็ยังมีโอกาสถูกนำเสนอใน AIOs
เจาะลึกเการติดอันดับใน AI Overviews
รายงานสำคัญเพื่อค้นหาวิธีเพิ่มโอกาสติดอันดับใน AI Overviews:
- Ahrefs: วิเคราะห์คีย์เวิร์ดกว่า 300,000 คำ
- Surfer SEO: ศึกษาการค้นหา AIOs กว่า 405,576 คำ
- SE Ranking: สำรวจคีย์เวิร์ด 100,000 คำ หลังเปิดตัว AIOs
ข้อมูลเหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีคว้าพื้นที่ใน AI Overviews ได้อย่างแม่นยำ!
11 เคล็ดลับในการปรับปรุง SEO ให้ติด AI Overviews
แม้ว่าคุณจะไม่สามารถควบคุมได้โดยตรงว่าหน้าของคุณจะถูกอ้างอิงใน AI Overview หรือไม่ แต่คุณสามารถปรับปรุงโอกาสของคุณได้โดยทำตามเคล็ดลับเหล่านี้
1.เพิ่มบริบทในบทความของคุณ
AI Overviews ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบคำถามของผู้ใช้โดยตรง ซึ่งหมายความว่า Google จะให้รางวัลแก่เนื้อหาที่มีบริบทดีและเขียนในรูปแบบที่เรียบง่ายและอ่านง่าย
Tips:
- ใช้ Ahrefs หา Long-tail Keywords ที่กระตุ้น AIO พร้อมศักยภาพการเข้าชมสูง
ใช้ฟีเจอร์ Ahrefs AI Overview SERP และไปที่ตัวกรองเจตนาเพื่อเลือก Informational เป็นเจตนาในการค้นหา ฟีเจอร์จะค้นหาคำหลักแบบ long-tail ให้คุณ และคุณสามารถเขียนคำตอบเฉพาะเจาะจงสำหรับคำค้นหาเหล่านี้ได้
- จัดโครงสร้างเนื้อหาให้ตอบคำถามอย่างครบถ้วน พร้อมเชื่อมโยงหัวข้อที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติ
- ใช้ Google Autocomplete หรือ People Also Ask เพื่อค้นหาคำถามยอดฮิต
ใช้เครื่องมือเช่น Google Autocomplete หรือ People Also Ask เพื่อระบุคำถามทั่วไปที่ผู้ใช้มีเกี่ยวกับหัวข้อของคุณ
2.ใช้คีย์เวิร์ดยาว (Long-tail Keywords)
คำค้นยาวและเฉพาะเจาะจงมีโอกาสกระตุ้น AI Overviews ได้มากกว่าคำค้นสั้น ๆ
Ahrefs เผยว่า AIOs พบว่าการเรียกใช้งานมักเกิดขึ้นกับคำค้นที่มี 3-4 คำ มากกว่าคำค้นหาที่มี 1 ถึง 3 คำซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของผู้ใช้
Tips:
- ใช้เครื่องมืออย่าง AnswerThePublic เพื่อหาไอเดียคำถาม
- ใช้ Google Autocomplete เพื่อระบุคำค้นหาแบบสนทนา
3.ใช้โครงสร้างข้อมูล (Structured Markup)
การใช้ Schema.org ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาและบริบทของคุณได้ง่ายขึ้น ทำให้เพิ่มโอกาสให้หน้าของคุณติดใน AI Overviews มากขึ้น
ประเภทมาร์กอัปที่ควรใช้:
- FAQ Schema: คำถามที่พบบ่อยสำหรับเนื้อหาที่เป็นคำถาม
- Article Schema: สำหรับบล็อกและบทความข้อมูล
- Breadcrumb Schema: เพื่อปรับปรุงการนำทาง
4.ปรับปรุง On-Page SEO
SEO บนหน้ายังคงเป็นหัวใจสำคัญในการติดอันดับ SERP แบบดั้งเดิมและ AI Overviews แหล่งที่มาของ AI Overviews 52% มาจาก Top 10 บน SERP ซึ่งหมายความว่าคุณมีโอกาสได้รับการอ้างอิงมากขึ้นหากหน้าของคุณมีอันดับสำหรับคีย์เวิร์ดนั้น
Tips:
- ใช้คีย์เวิร์ดหลักและรองในหัวข้อและหัวข้อย่อย
- เขียน Meta Description ที่ดึงดูดใจเพื่อเพิ่ม CTR
- ปรับเนื้อหาให้ตรงตามหลัก E-E-A-T (ความเชี่ยวชาญ, ประสบการณ์, ความน่าเชื่อถือ, ความไว้วางใจ)
5.เน้นคีย์เวิร์ดที่มีความยากต่ำ (Keyword Difficulty < 20)
เพิ่มโอกาสติดอันดับด้วยคีย์เวิร์ดที่มีความยากต่ำ (KD < 20) มักเป็นวลีหางยาวที่ตรงกับเจตนาการค้นหา ซึ่งจัดอันดับได้ง่ายกว่าและสอดคล้องกับคำค้นหาข้อมูล
ตาม Ahrefs คีย์เวิร์ด AIO มีความยากเฉลี่ยอยู่ที่ 12 ตัวอย่างเช่น วลีคีย์เวิร์ด “สุนัขกินอบเชยได้ไหม” ซึ่งมี KD อยู่ที่ 12
หากคุณใช้ Ahrefs ให้ใช้ตัวกรองฟีเจอร์ AI Overview SERP เพื่อคัดคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมและกรองคีย์เวิร์ดที่มากกว่า 50 ออก และดูคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณ
6.สร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์
เว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิงบ่อยในสื่อที่น่าเชื่อถือ มีโอกาสสูงที่จะติดอันดับใน AI Overviews การสร้างความน่าเชื่อถือช่วยเสริมภาพลักษณ์และเพิ่มโอกาสในการถูกนำเสนอ
Tips:
- ร่วมแคมเปญ PR ดิจิทัล เพื่อให้แบรนด์ของคุณถูกพูดถึงในสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อเสียง
- ตรวจสอบการกล่าวถึงเชิงบวกบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Quora และ Reddit เพื่อให้แน่ใจว่ามีการเชื่อมโยงในเชิงบวก
7.ปรับ SEO ให้เหมาะกับมือถือ
Google ใช้ Mobile-First Indexing เป็นหลัก ดังนั้นประสิทธิภาพบนมือถือคือกุญแจสำคัญ! ตามการศึกษาของ Ahrefs พบว่าปริมาณการเข้าชมจากมือถือคิดเป็น 81% ของการอ้างอิงใน AI Overviews
Tips:
- ใช้ดีไซน์แบบ Responsive เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณแสดงผลได้ดีทุกอุปกรณ์
- เพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าสำหรับผู้ใช้มือถือ โดยใช้เครื่องมืออย่าง Google PageSpeed Insights
8.จัดรูปแบบเนื้อหาให้อ่านง่าย สบายตา
จากการวิเคราะห์ไซต์ที่มักติดอันดับใน AI Overviews โดยตรง เราพบว่าเนื้อหาที่มีโครงสร้างที่ชัดเจน จะช่วยให้ AI วิเคราะห์ได้รวดเร็วและติดอันดับ AI Overviews ได้ง่าย
Best Practices::
- ใช้หัวข้อย่อย, Bullet Points, และ Lists
- จัดโครงสร้างเนื้อหาด้วยหัวเรื่องและหัวเรื่องย่อยที่ชัดเจน
- เพิ่มภาพหรือกราฟช่วยให้เนื้อหาเข้าใจง่ายขึ้น
9.เน้นความเรียบง่ายในเนื้อหา
เนื้อหาที่เขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย กระชับ และตรงประเด็น มักติดอันดับใน AI Overviews ได้ดีกว่า
Tips: ใช้เครื่องมืออย่าง Hemingway Editor หรือ Grammarly เพื่อปรับเนื้อหาให้อ่านลื่นไหลและเข้าใจง่าย
10.เพิ่ม Backlinks คุณภาพสูง
มุ่งเน้นการสร้างลิงก์ย้อนกลับจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ แม้ว่าแบ็คลิงก์ที่แข็งแกร่งจะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่ามีความสำคัญต่อ SEO แต่ประสบการณ์ของเรา แนะนำว่าแบ็คลิงก์มีความสำคัญเท่าเทียมกันในการเพิ่มโอกาสในการถูกอ้างอิงใน AI Overviews
การให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณในการสร้างลิงก์เป็นสิ่งสำคัญ ใช้แคมเปญการสร้างลิงก์เชิงกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงอำนาจโดเมนและการมองเห็นของคุณใน AI Overviews
11.เผยแพร่เนื้อหาที่สดใหม่และเกี่ยวข้อง
AI Overviews มักให้ความสำคัญกับข้อมูลใหม่และทันสมัย อัปเดตบทความและโพสต์บล็อกของคุณเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นปัจจุบัน
AI Overviews มีผลต่อ SEO อย่างไร?

ใช่ AI Overviews มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกลยุทธ์ SEO โดยเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการจัดอันดับใน SERP แบบเดิมไปสู่การเพิ่มโอกาสในการถูกอ้างอิงใน AI Overviews
- เพิ่มการมองเห็น (Visibility) และอัตราการคลิก (CTR): แหล่งข้อมูลที่ถูกอ้างอิงใน AI Overviews มักจะได้รับการมองเห็นที่โดดเด่นและมีโอกาสในการคลิกเพิ่มขึ้นอย่างมาก
- ลดปริมาณการเข้าชมสำหรับแหล่งที่ไม่ได้อ้างอิง: แม้ว่าเว็บไซต์จะมีอันดับที่ดีใน SERP แต่หากไม่ได้รับการอ้างอิงใน AI Overviews ปริมาณการเข้าชมก็อาจลดลง
แม้ AI Overviews จะช่วยเพิ่มการมองเห็นและ CTR สำหรับแหล่งข้อมูลที่ถูกอ้างอิง แต่ในทางกลับกัน อาจส่งผลให้ปริมาณการเข้าชมของหน้าที่ไม่ได้รับการอ้างอิงโดยตรงได้เช่นกัน แม้จะมีอันดับที่ดีธรรมชาติก็ตาม
FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Overviews
1.AI Overviews แม่นยำแค่ไหน?
โดยทั่วไปถือว่า AI Overviews มีความเชื่อถือ แต่ไม่ได้แม่นยำ 100% แต่ยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความสดใหม่ของเนื้อหาต้นทาง
อย่างไรก็ตาม Google ได้ทำการทดสอบอย่างละเอียด และพบว่าอัตราความแม่นยำของ AI Overviews "เท่าเทียม" กับ Featured Snippets ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับข้อมูลด่วน
2.Google เลือกแหล่งข้อมูลใน AI Overviews อย่างไร?
AI Overviews รวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหลายแห่งในหน้าผลการค้นหาของ Google โดยใช้:
- เว็บไซต์ที่ติดอันดับสูง
- เว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ
- เนื้อหาที่ตอบคำถามของผู้ใช้โดยตรง แม้ว่าจะไม่ติดอันดับหน้าแรกก็ตาม
- เนื้อหาสดใหม่
สรุป
การติดอันดับใน Google AI Overviews คือโอกาสทองในการเพิ่มการมองเห็นและการสร้างความน่าเชื่อถือในโลกดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลยุทธ์สำคัญไม่ได้หยุดแค่การจัดอันดับใน SERP แต่ยังรวมถึงการสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ มีโครงสร้างเป็นมิตรกับมือถือ และใช้งานคีย์เวิร์ดยาว (long-tail keywords) ที่ตอบเจตนาการค้นหาของผู้ใช้
อย่ารอให้คู่แข่งนำหน้า! เริ่มต้นปรับปรุง SEO ของคุณวันนี้ ด้วยมาร์กอัปโครงสร้างและการอัปเดตเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าตำแหน่งใน AI Overviews เพราะการลงทุนในกลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่เพิ่มการมองเห็น แต่ยังสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง