9 ขั้นตอนทำ SEO ที่จะช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ในปี 2025
ในปี 2025 SEO อาจมีการพัฒนาไป แต่พื้นฐานยังคงเดิม วันนี้ ผลลัพธ์การค้นหาถูกปรับแต่งให้เหมาะตามพฤติกรรมของผู้ใช้ สถานที่ และอุปกรณ์ ทำให้การโดดเด่นในหน้า Search นั้นที่ยากกว่าที่เคย สิ่งเดียวที่ยังไม่เปลี่ยนคือ Organic Search นั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอันดับในผลการค้นหา (SERPs) กระบวนการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกบน Google จึงต้องมุ่งเน้นไปที่ Best Practice บทความนี้ The Conductor เลยตั้งใจนำ 9 ขั้นตอนทำ SEO ที่จะช่วยให้ติดหน้าแรกบน Google ในปี 2025
“วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เว็บไซต์ถูกจัดอันดับคือการสร้างเนื้อหาคุณภาพ”
9 กระบวนการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพในการจัดอันดับ ในปี 2025

1. เริ่มต้นด้วย Technical และ UX ที่แข็งแรง
โครงสร้างเว็บไซต์ที่ไม่ดีและการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่เหมาะสมสามารถทำให้แคมเปญ SEO ที่ดีที่สุดล้มเหลวได้ หากเว็บไซต์ของเราใช้งานยาก ไม่มีการนำทางทีดีก็จะส่งผลทั้งต่อกระบวนการ Crawling ของ Googlebot การติดดอันดับหน้าแรกบน Google ก็อาจเป็นได้ยากขึ้น
การสร้างพื้นฐานด้าน Technical และ UX ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ทั้ง Googlebot และผู้ใช้สามารถค้นหาสิ่งที่พวกเขากำลังมองหาได้ง่ายยิ่งขึ้น
ลำดับความสำคัญในการปรับปรุง Technical และ UX:
- ปรับปรุงการนำทางบนเว็บไซต์: ทำให้แน่ใจว่าคนที่เข้ามาในเว็บไซต์สามารถหาหน้าที่พวกเขาต้องการเจอ
- รักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์: ใช้ HTTPS เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปกป้องข้อมูลของผู้ใช้
- ปรับปรุงเวลาในการโหลด: ลดขนาดรูปภาพ ใช้การแคชของเบราว์เซอร์ และลดโค้ดและ JavaScript ที่เกินความจำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์โหลดเร็วบนทุกอุปกรณ์
- แก้ไขข้อผิดพลาด: ใช้เครื่องมืออย่าง Google Search Console เพื่อตรวจสอบปัญหาการ Crawling ลิงก์ที่เสีย และปัญหาอื่น ๆ ที่ทำให้ Google ไม่สามารถจัด Index หน้าเว็บไซต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่า Core Web Vitals อย่างLCP, FID, และ CLS จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญความสำคัญของประสิทธิภาพเว็บไซต์ อย่าเพิ่งตกอยู่ในกับดักของการไล่ล่าคะแนนในส่วนนี้ เว็บไซต์ที่มีพื้นฐาน Technical ที่ดีและให้ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยอดเยี่ยมจะเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว
2. สร้างคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ ตอบโจทย์ E-E-A-T
เน้นการสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงที่กลั่นจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ (E-E-A-T) เป็นรากฐานสำคัญของ SEO ในปี 2025
Google ให้รางวัลกับเนื้อหาที่ตอบสนองเจตนาของผู้ใช้และให้คุณค่า ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการสร้างบทความที่ตอบคำถามจริงและแก้ปัญหาได้จริง
เคล็ดลับการเขียนคอนเทนต์ให้ Google รัก
- เขียนหัวข้อที่น่าสนใจ: ใช้หัวข้อที่กระชับและน่าดึงดูดใจ มีความยาวระหว่าง 135–159 ตัวอักษรที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและเน้นประโยชน์หลัก
- Meta tag ที่น่าสนใจ: เขียนคำอธิบายที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจ พร้อมกับการใช้คีย์เวิร์ดอย่างเป็นธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้คำอธิบายที่สร้างจาก AI
- ใช้แหล่งข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ: เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคอนเท้นด้วยการอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
3. ปรับแต่งแต่ละหน้าให้เหมาะกับ Google

การทำให้เนื้อหาแต่ละหน้ามีความน่าสนใจและเป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหา จำเป็นต้องปรับปรุงทั้งเนื้อหาและโครงสร้างของมัน
ส่วนนี้รวมถึงการสร้างหัวข้อที่กระชับและมีคำอธิบายที่ชัดเจน การใช้คำอธิบาย Meta และการใช้ Intetnal Link อย่างมีกลยุทธ์เพื่อผู้ใช้อยู่ในเว็บไซต์นานยิ่งขึ้น
กลยุทธ์การปรับปรุงแต่งที่สำคัญ:
1. สร้างหัวข้อและ Meta tag ให้มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ
- หัวข้อที่มีความยาวไม่เกิน 60 ตัวอักษร หรือประมาณ 600 พิกเซล เพื่อให้แสดงผลได้ครบถ้วนใน SERPs ให้ความสำคัญกับความชัดเจนและความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเพื่อดึงดูดให้เกิดการคลิก
- เขียน Meta tag ให้สอดคล้องกับเ Search intent และรวมคีย์เวิร์ดหลักโดยอย่างเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการใช้ AI ในการเขียนMeta tag
2. ใช้ Internal Link อย่างมีกลยุทธ์
- เพิ่มลิงก์ระหว่างหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อแนะนำผู้ใช้และปรับปรุงความสามารถ Crawling ของ Googlebot
- ใช้ Anchor Tedxt ที่อธิบายชัดเจนเพื่อบอกเนื้อหาของหน้าปลายทาง เช่น แทนที่จะใช้คำว่า "คลิกที่นี่" ให้ใช้คำว่า "เปรียบเทียบ SEO Tools"
- หลีกเลี่ยงการใส่ลิงก์มากเกินไปในหน้าเดียวเพื่อรักษาความชัดเจนและหลีกเลี่ยงการทำให้ผู้ใช้รู้สึกสับสนในเนื้อหา
3. มุ่งเน้นที่โครงสร้างเนื้อหาและความอ่านง่าย
- ใช้หัวข้อที่ชัดเจน (H1, H2, H3) เพื่อจัดระเบียบเนื้อหาสำหรับผู้ใช้และ Googlebot
- แบ่งข้อความด้วยหัวข้อย่อย รายการ และภาพประกอบเพื่อง่ายต่อการอ่าน
- รวมลิงก์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถเจาะลึกลงไปในเนื้อหาได้มากขึ้น
4. นำ Schema Markup มาใช้เพื่อผลลัพธ์การค้นหาที่หลากหลายขึ้น
Schema markup ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาของคเราได้ดีขึ้นและเพิ่มผลการค้นหาให้มีความหลากหลายและน่าสนใจใน ด้วย Google Rich Snippet
โดยการจัดโครงสร้างข้อมูล ทำให้ Google สามารถนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ใช้ได้โดยตรงในหน้า Google Search

ประโยชน์ของ Schema Markup
- การมองเห็นที่เพิ่มขึ้น: ทำให้ผลการค้นหาของเรา โดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่หลากหลายขึ้น (Rich Snippet)
- ช่วยให้ CTR สูงขึ้น: ผลลัพธ์ที่หลากหลาย จะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ได้มากขึ้น
- User Experience ดีขึ้น: ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ต้องการในทันทีโดยไม่ต้องคลิกผ่านหลายหน้า
5. เน้นการปรับแต่งสำหรับมือถือ
Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์เวอร์ชันมือถือค สำหรับการ Indexing และ Ranking การทำให้เว็บไซต์เป็นมิตรกับมือถือไม่ควรมองว่าเป็นแค่ทางเลือกอีกต่อไป เพราะส่วนนี้จำเป็นสำหรับการทำ SEO
กลยุทธ์สำหรับการปรับแต่งมือถือ:
- Responsive Design: ใช้การออกแบบ Responsive Design เพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ปรับตัวได้อย่างราบรื่นบนทุกอุปกรณ์
- Page Speed: ปรับปรุงเวลาการโหลดสำหรับมือถือโดยการปรับรูปภาพ เปิดใช้งานการแคช และใช้เครือข่ายในการส่งเนื้อหา (CDN)
- Mobile-Friendly Navigation: ทำให้เมนูนำทางเรียบง่ายสำหรับหน้าจอมือถือและให้ความสำคัญกับลิงก์ที่จำเป็น
- Clickable Elements: ทำให้แน่ใจว่า ปุ่มและลิงก์มีการเว้นระยะอย่างเพียงพอกับการกดแบบสัมผัส
การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับมือถือไม่เพียงแต่จะดีต่อ User Experience แต่ยังส่งผลดีต่อการจัดอันดับในผลการค้นหาของ Google ด้วย
6. สร้าง Backlinks คุณภาพสูง
Backlinks ยังคงมีความสำคัญต่อ SEO อยู่ แต่ควรเน้นที่คุณภาพมากกว่าปริมาณ ลิงก์จากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงจะบอกให้ Google รู้ว่าเว็บไซต์ของดรามีเนื้อหาที่มีความน่าเชื่อถือและมีคุณค่า
อย่างไรก็ตาม การสร้าง Backlinks ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้ในวันเดียว มันเป็นเกมระยะยาวที่ต้องการความอดทนและความพยายามอย่างสม่ำเสมอ
กลยุทธ์การทำ Backlinks คุณภาพสูง:
- Guest Blogging: เขียนบทความที่มีข้อมูลเชิงลึกและมีคุณค่า และโพสบนเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
- Content Outreach: เน้นคอนเทนต์คุณภาพสูงเพื่อให้เป็นที่สนใจและถูกแชร์
- Broken Link Building: ค้นหาลิงก์ที่เสียบนเว็บไซต์ใหญ่ ๆ และน่าเชื่อถือเพื่อแนะนำเนื้อหาของเราเป็นทางเลือกแทน
- Digital PR Campaigns: สร้างกระแสให้แบรนด์หรือสินค้าของเราเพื่อให้ได้รับ Backlinks โดยธรรมชาติจากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง
ประโยชน์ของการสร้าง Backlinks คุณภาพสูง
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ: Backlinks จากเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของเรา
- อันดับในผลการค้นหาดีขึ้น: Backlinks คุณภาพสูงสามารถช่วยทำให้อันดับของเว็บไซต์ในผลการค้นหาดีขึ้นได้
- เพิ่ม Traffic: Backlinks ที่มาจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและมี Traffic สูงสามารถ Traffic มายังเว็บไซต์ของเราได้
7. ทำคอนเทนต์ให้สดใหม่อยู่ตลอด
Google จะให้รางวัลกับเว็บไซต์ที่อัปเดตคอนเทนต์เป็นประจำ เนื่องจากแสดงถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องและความน่าเชื่อถือที่อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่เก่าหรือล้าสมัย เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำลายความน่าเชื่อถือและอันดับของเราได้
เคล็ดลับในการรักษาคอนเทนต์ให้สดใหม่อยู่ตลอด
- อัปเดตสถิติ: เปลี่ยนข้อมูลตัวเลขเก่าให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ในส่วนขิง กรณีศึกษา หรือ Report ต่าง ๆ
- เพิ่มข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ: รวมเทรนด์ล่าสุด คำพูดจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเครื่องมือที่กำลังมาแรง
- ขยายเนื้อหา: เพิ่มมัลติมีเดีย เช่น รูปภาพ อินโฟกราฟิก หรือวิดีโอ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับคอนเทนต์
- ปรับใช้เนื้อหาใหม่: เปลี่ยนโพสต์เก่าให้เป็นรูปแบบอื่น ๆ เช่น พอดแคสต์ หรือคู่มือที่สามารถดาวน์โหลดได้
8. อย่ามองข้าม Local SEO
สำหรับธุรกิจท้องถิ่น การที่ทำ Local SEO จะทำให้ผลการค้นหาในแต่ละท้องถิ่น สามารถเป็นตัวกำหนดรายได้ของเราได้ การปรับแต่งโปรไฟล์ธุรกิจของเราบน Google My Business และการใช้คีย์เวิร์ดเฉพาะที่บอกตำแหน่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญ
กลยุทธ์หลักสำหรับ Local SEO
- ปรับแต่งโปรไฟล์ธุรกิจบน Google My Business: ให้แน่ใจว่าข้อมูลธุรกิจทั้งหมด เช่น ที่อยู่ เวลาทำการ รูปภาพ และหมวดหมู่ ถูกต้องและน่าสนใจ
- รวมคีย์เวิร์ดเฉพาะที่บอกตำแหน่ง: เพิ่มวลีเช่น “บริการที่ดีที่สุดใน [เมือง]” ลงในเนื้อหาเว็บไซต์และ Meta tag
- กระตุ้นให้มีการรีวิว: ขอให้ลูกค้าที่พึงพอใจรีวิวเชิงบวกบน Google และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
9. เริ่มทำ International SEO
หากคุณให้บริการในหลายประเทศ การทำ International SEO จะช่วยให้เนื้อหาของคุณเข้าถึงและสอดคล้องกับภาษาที่หลากหลาย ภูมิภาค และวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์หลักสำหรับ International SEO
- ใช้แท็ก hreflang (hreflang Tags): ใช้ hreflang เพื่อบอก Google รู้ว่าควรแสดงหน้าแต่ละภาษาและภูมิภาคไหนให้กับผู้ใช้แต่ละคน
- ทำคอนเทนต์ให้เข้ากับแต่ละประเทศ (Localize Content): แปลข้อความเป็นภาษาท้องถิ่นและปรับให้เข้ากับความแตกต่างทางวัฒนธรรม เช่น สกุลเงิน หน่วยวัด เป็นต้น
- ค้นหาคีย์เวิร์ดในแต่ละประเทศ (Conduct Regional Keyword Research): ใช้เครื่องมืออย่าง Google Keyword Planner เพื่อค้นหาคำค้นหาที่เฉพาะเจาะจงตามสถานที่
- ปรับแต่งการโฮสต์และโดเมน (Optimize Hosting and Domains): ใช้โดเมนเฉพาะแต่ละประเทศ เช่น example.co.uk หรือโฮสต์เว็บไซต์ของเราในประเทษเป้าหมายเพื่อให้โหลดได้เร็วขึ้น
อาจจะดูหนักหนาไปบ้างกับทั้ง 9 ขั้นตอน กระบวนการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกที่ได้นำเสนอไป แต่จริง ๆ แล้วทั้งหมดนี้ เป็นวิธีการทำ SEO โดยทั่วไป ซึ่งไม่สามารถทำเสร็จได้ในเวลาอันสั้นอยู่แล้ว การจะติดอันดับในหน้าแรกได้นั้น เป็นสิ่งที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งในยุคที่การทำ SEO เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ The Conductor พร้อมให้คำปรึกษาด้าน SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพที่คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน