รวม 7 SEO Tools ที่ชาว SEO ไม่ควรพลาดในปี 2025

seo tools คืออะไร
ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการปั้นอันดับเว็บไซต์ให้พุ่งทะลุหน้าแรก Google ในปี 2025 “เครื่องมือ SEO” หรือ “SEO Tools” ถือเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่จะทำให้งานของคุณสะดวกขึ้น และเติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยเฉพาะชาว Digital Marketing และสายคอนเทนต์ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก ทั้งด้าน Keyword, การวิเคราะห์คู่แข่ง ไปจนถึงการประเมินสุขภาพเว็บไซต์ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จัก 7 เครื่องมือ SEO มาแรงในปี 2025 พร้อมวิธีเลือกใช้ให้เหมาะสม ที่รับประกันเลยว่าถ้าได้ลองใช้แล้วจะติดใจกับ รวม 7 SEO Tools ที่ชาว SEO ไม่ควรพลาดในปี 2025

เครื่องมือ SEO หรือ SEO Tools คืออะไร ?

seo tools คืออะไร

SEO Tools คือ ซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเราวิเคราะห์ ประเมิน และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำ SEO บนเว็บไซต์ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา Keyword ที่แม่นยำ การตรวจสุขภาพเว็บไซต์เชิงเทคนิค รวมถึงการติดตามอันดับ (Ranking) ของคีย์เวิร์ดเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและแรงงานให้เราสามารถโฟกัสกับการวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องได้มากยิ่งขึ้น

SEO Tools มีกี่ประเภท

โดยทั่วไปแล้ว SEO Tools สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ตามฟังก์ชันการทำงานและเป้าหมายของผู้ใช้งาน แต่ละประเภทก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ซึ่งสามารถเลือกใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ได้แก่

Keyword Tool

Keyword Tool คือ เครื่องมือที่ช่วยในการค้นหาและวิเคราะห์คำค้นหา (Keyword) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเนื้อหาของเรา จุดประสงค์หลักคือการ:

  • ค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ
  • ดูปริมาณการค้นหา (Search Volume) และระดับความยากง่ายในการแข่งขัน
  • หาข้อมูลเชิงลึกว่า ผู้ใช้งานค้นหาอะไร เพื่อปรับปรุงคอนเทนต์ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย

Ranking Tool

Ranking Tool คือ เครื่องมือที่ช่วยติดตามและรายงานการจัดอันดับ (Rank Tracker) ของคีย์เวิร์ดในผลการค้นหาบน Search Engine ซึ่งจะมีฟังก์ชันหลัก ๆ ดังนี้:

  • ตรวจสอบอันดับปัจจุบันของคีย์เวิร์ดที่สนใจ
  • วิเคราะห์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงของอันดับในช่วงเวลาต่าง ๆ
  • เปรียบเทียบอันดับกับคู่แข่ง เพื่อปรับกลยุทธ์ SEO ให้เหมาะสม

Website Audit Tool

Website Audit Tool คือ เครื่องมือที่เน้นวิเคราะห์และประเมินสุขภาพเว็บไซต์ (Website Health) ในเชิงเทคนิคและโครงสร้าง ซึ่งรวมถึง:

  • การตรวจสอบลิงก์เสีย (Broken Links) และลิงก์ซ้ำซ้อน
  • การเช็ก Meta Tag, Heading และการตั้งค่าต่าง ๆ บนหน้าเพจ
  • การรายงานปัญหา On-Page SEO เช่น การใช้ Keyword ซ้ำซ้อน โครงสร้างเนื้อหา และความเร็วในการโหลดเว็บไซต์

Technical SEO Tool

Technical SEO Tool คือ เครื่องมือที่เน้นทางด้านเทคนิคของ SEO เพื่อให้ Search Engine สามารถ Crawl และ Index เว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการใช้งานสำคัญ เช่น:

  • ตรวจสอบการเก็บข้อมูล (Index) ของเว็บไซต์และแก้ปัญหาที่อาจส่งผลต่อการจัดอันดับ
  • ดูสถิติการคลิก (CTR) และคำค้นหาที่ผู้ใช้งานใช้เพื่อเจอเว็บไซต์
  • แจ้งเตือนเมื่อเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค เช่น หน้า 404, ปัญหาเกี่ยวกับ Sitemap หรือ Robots.txt

วิธีเลือก SEO Tools ให้เหมาะสม

วิธีเลือก seo tools

การมีเครื่องมือช่วยเยอะ ๆ ไม่ได้แปลว่าจะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป สิ่งสำคัญคือการพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละเครื่องมือให้ตรงกับความต้องการและงบประมาณของเรา แล้วถ้าจะต้องเลือกเครื่องมือ SEO สักตัวต้องคำนึงถึงอะไรกับ้าง มาดูกัน

ทดลองใช้ฟรีดูก่อน

ถ้ามีโอกาส ควรเริ่มต้นด้วยการทดลองใช้เวอร์ชันฟรี เพื่อประเมินว่าเครื่องมือ SEO แต่ละตัวตอบโจทย์การทำ SEO ของเราหรือไม่ ทั้งในแง่ฟีเจอร์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความถนัดของทีม

ใช้งานได้หลากหลาย

ข้อนี้สำคัญที่สุดเลย ในการเลือก SEO Tools ที่สามารถรองรับงานหลากหลายด้าน เช่น ค้นหา Keyword พร้อมทำ Website Audit จะยิ่งคุ้มค่ามากขึ้น เพราะไม่ต้องสลับใช้งานหลายแพลตฟอร์มและเสียงบประมาณซ้ำซ้อน

ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์

การเลือกเครื่องมือ SEO มาใช้สักตัว ก็ควรจะต้องมองหาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอันดับแบบเรียลไทม์ หรือฟีเจอร์วิเคราะห์คู่แข่ง เลือกเฉพาะสิ่งที่ตอบโจทย์งานที่สุด เพื่อควบคุมงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน


รวม 7 SEO Tools ที่จะเข้ามาเติมเต็มงาน SEO ของคุณ

หลังจากรู้จัก SEO Tools กันคร่าว ๆ แล้ว แต่ก็ยังโนไอเดีย ว่าตัวไหนจะเหมาะกับการใช้งานของเราอยู่ดี วันนี้เราก็จะพามาดู 7 เครื่องมือ SEO ยอดฮิต ในปี 2025 กันจะมีตัวไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

Google Keyword Planner

Google Keyword Planner เป็นหนึ่งในเครื่องมือฟรีที่อยู่ภายใต้ระบบ Google Ads ซึ่งแม้จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยวางแผนโฆษณาเป็นหลัก แต่คนทำ SEO นิยมใช้เพื่อวิเคราะห์และคัดเลือกคีย์เวิร์ด

จุดเด่นของ Google Keyword Planner คือฟีเจอร์การค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ ที่จะนำเสนอคำที่ใกล้เคียงกัน ทั้งในแง่ของความหมาย และคำที่เกี่ยวข้อง ให้เลือกนำไปต่อยอดคอนเทนต์หรือแผน SEO ได้

นอกจากนี้ ยังสามารถดูปริมาณการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน (Average Monthly Searches) เพื่อประเมินแนวโน้มของแต่ละคำค้นหาได้อย่างง่ายดาย จุดแข็งของ Google Keyword Planner คือ ใช้งานได้ฟรี โดยการผูกบัญชี Google Ads และข้อมูลปริมาณการค้นหามาจากฐานข้อมูลของ Google โดยตรง ทำให้ได้ Insight ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด

ถ้าถ้าอยากจะดูตัวเลขแบบตรง ๆ จำเป็นต้องมีการใช้จ่ายใน Google บ้าง เพราะบัญชีฟรีจะสามารถดูปริมาณ Search Volume ได้เป็นค่าประมาณเท่านั้น การจะใช้ Google Keyword Planner ให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด จึงจำเป็นต้องยิง Ads ควบคู่ไปด้วย

Tip & Trick

  • ถ้าอยากได้ข้อมูลแบบตรง ๆ ต้องใช้จ่ายบน Google Ads
  • นำคีย์เวิร์ดหลัก ไปแตกเป็นคีย์เวิร์ดย่อย ๆ ได้


Google Analytic

google analytic

Google Analytics เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ใช้สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบเชิงลึก ช่วยให้เข้าใจที่มาของ Traffic ไม่ว่าจะมาจากการค้นหาบน Google (Organic Search), สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือโฆษณา (Paid Ads)

จุดเด่นของ Google Analytics

  • วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ: สามารถตรวจสอบ Demographic เช่น อายุ เพศ ความสนใจของผู้เข้าชม เพื่อปรับกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
  • User Flow: ช่วยให้รู้ว่า ผู้เข้าชมเว็บไซต์มีพฤติกรรมยังไงในแต่ละหน้า เพจไหนที่พวกเขาออกก่อน หรือเพจไหนดึงดูดให้อยู่ต่อได้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์และคอนเทนต์
  • ผสานข้อมูลกับ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ: เมื่อใช้งานควบคู่กับ Google Search Console และเครื่องมือ SEO อื่น ๆ จะเห็นภาพรวมทั้งปริมาณและคุณภาพของทราฟฟิก รวมถึงคีย์เวิร์ดที่ทำให้ผู้ใช้งานเข้ามาในเว็บไซต์
  • สร้าง Custom Reports: สามารถตั้งค่า Custom Report ได้เองตามความต้องการ เพื่อวัดในแต่ละ Metric ได้อย่างตรงจุด

Tip & Trick

  • ปรับแต่ง Custom Report ได้ตามต้องการผ่านเมนู Explore
  • ตั้งค่า Event ต่าง ๆ เพื่อติด Tag ในงานสาย Data ได้

Google Search Console

google search console

Google Search Console เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ออกแบบมาให้เจ้าของเว็บไซต์ตรวจสอบและปรับปรุงการแสดงผลในการค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะงสำหรับสาย SEO ที่ต้องการติดตามสุขภาพเว็บมาก ๆ  ไม่ว่าจะเป็นการเช็ค Indexing แจ้งเตือนข้อผิดพลาดของเว็บไซต์เช่น 404 ไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับ Sitemap และ Robots.txt

นอกจากนี้ข้อมูลเชิงสถิตอย่าง Click, Impression, CTR และ Position ก็ยังสามารถดูได้จากเครื่องมือนี้ ส่วนนี้เป็นข้อมูลที่สำคัญในการทำ SEO ที่จะช่วยให้เราวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เข้าชมได้ลึกขึ้น และปรับกลยุทธ์ SEO ให้ตรงเป้าหมายมากที่สุด Google Search Console จึงถือเป็นเครื่องมือที่ทุกคนต้องใช้ ถ้าอยากทำ SEO บน Google

Tip & Trick

  • เราสามารถเข้าไปกด Request Index หน้าเว็บไซต์ของเราได้ในช่อง URL Inspect

Google PageSpeed Insight

google pagespeed insight

เครื่องมือฟรีจาก Google ตัวสุดท้ายก็คือ Google PageSpeed Insights ที่ใช้วิเคราะห์ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ (Page Speed) บนทั้งอุปกรณ์มือถือและ Desktop โดยให้คะแนนตั้งแต่ 0-100 ซึ่งคะแนนยิ่งสูงหมายถึงเว็บไซต์ของเราโหลดได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงผล Core Web Vitals และแนะนำแนวทางการปรับปรุงให้เว็บไซต์สามารถโหลดได้เร็วขึ้น

Ahrefs

ahrefs

Ahrefs คือหนึ่งในเครื่องมือ SEO ที่นิยมมากที่สุดตัวนึงเลย ขึ้นชื่อเรื่องฐานข้อมูลแบ็คลิงก์ขนาดใหญ่และอัปเดตทุก ๆ 15 นาที Ahrefs ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะเครื่องมือ SEO ระดับแนวหน้า ด้วยฐานข้อมูลแบ็คลิงก์ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลคุณภาพสูงที่สุดในวงการ

Site Explorer ของ Ahrefs ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของประสิทธิภาพ SEO ของทุกเว็บไซต์ได้อย่างละเอียด สามารถวิเคราะห์เมตริกต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจทั้งเว็บไซต์ของเราเองและของคู่แข่งในตลาด

Keywords Explorer คืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Ahrefs ซึ่งช่วยให้ทำ Keyword Research ได้อย่างลึกซึ้ง สามารถค้นหาโอกาสของคำหลัก วิเคราะห์เทรนด์การค้นหา และปรับกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ให้แม่นยำยิ่งขึ้น

จุดที่ควรพิจารณา

  • มีฟีเจอร์ที่ซับซ้อนทำให้อาศัย Learning Curve ที่สูงกว่าเครื่องมืออื่น ๆ
  • ราคาค่อนข้างสูง

SEMrush

semrush

Semrush คือชุดเครื่องมือ SEO แบบ All-in-One ที่ออกแบบมาให้รองรับการทำงานกับข้อมูลปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Semrush เป็นเครื่องมือมีประสิทธิภาพมาก ๆ สำหรับ SEO Specialist ด้วยฟีเจอร์ที่ครอบคลุมและการเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ฐานข้อมูล Keyword ของ Semrush ถือเป็นหนึ่งในฐานที่ใหญ่ที่สุดในแวดวง SEO ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการวางกลยุทธ์คอนเทนต์และการปรับแต่งเว็บไซต์

หนึ่งในจุดแข็งของ Semrush คือ การวิเคราะห์คู่แข่ง ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลหน้าที่ติดอันดับสูง Target Keyword  และโปรไฟล์แบ็คลิงก์ของคู่แข่งได้ครบถ้วน

แพลตฟอร์มนี้ยังถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย แม้แต่ผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการ SEO ก็สามารถเข้าใจฟังก์ชันต่าง ๆ ได้เร็ว ทำให้ Semrush เหมาะสำหรับผู้ใช้ในทุกระดับ

จุดที่ควรพิจารณา

  • ราคาสูงกว่าเครื่องมือบางตัวอยู่บ้าง
  • อาจรู้สึกสับสนในช่วงแรก เนื่องจากมีข้อมูลและฟีเจอร์ที่มีเยอะมาก ๆ

Screaming Frog SEO Spider

screaming frog

Screaming Frog เป็นเครื่องมือสำหรับการ “Crawler” เว็บไซต์เพื่อค้นหาและแก้ไขปัญหา SEO เชิงเทคนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เหมาะสำหรับการทำ Site Audit: ด้วยการตรวจสอบเว็บไซต์อย่างละเอียด แล้ว Export ข้อมูลเป็น Excel ทำให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา Technical SEO ได้ในภาพใหญ่
  • Crawl อย่างรวดเร็ว: Screaming Frog ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการ Crawler ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบ Technical SEOเป็นไปอย่างราบรื่นและประหยัดเวลา
  • การวิเคราะห์เชิงลึก: ซอฟต์แวร์นี้ช่วยเจาะลึกองค์ประกอบ On-Page ต่าง ๆ เช่น Meta Tag Heading Content และโครงสร้าง Internal Link

หนึ่งในจุดแข็งของ Screaming Frog คือ ความสามารถในการปรับแต่งขั้นสูง คุณสามารถตั้งค่า Crawl แบบเฉพาะ ปรับกฎการดึงข้อมูล (Custom Extraction Rules) และสร้างฟิลเตอร์ตามความต้องการ เพื่อโฟกัสเฉพาะส่วนที่ต้องการปรับปรุงของเว็บไซต์

ที่สำคัญ Screaming Frog เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานได้ฟรี ทำให้มือใหม่สามารถเข้าไปเรียนรู้การใช้งานได้อย่างเต็มที่

จุดที่ควรพิจารณา

  • ต้องมีความรู้ด้าน Technical SEO ในระดับหนึ่ง เพื่อใช้ประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่
  • หากเว็บไซต์ใหญ่เป็นพิเศษ Hardware จะทำงานหนักขึ้น

นี่เป็นส่วนหนึ่งของ SEO Tools ที่นิยมใช้กันใรปี 2025 สำหรับ SEO Specialist ในไทย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า แต่จริง ๆ แล้วยังมีเครื่องมือ SEO อีกหลายตัวที่น่าสนใจไม่ว่าเป็น SpyFu, Serpstat หรือ Advanced Web Ranking ก็ตาม แต่ Tools ที่เราได้แนะนำไปวันนี้จะเป็นตัวที่ใช้งานในไทยได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นเอง

SEO Tools ใช้งานยาก ไม่อยากปวดหัวมาศึกษา ปรึกษา The Conductor เลย!! เรามีทีมงาน SEO Specialist พร้อมดูแลให้เว็บไซต์ของคุณเติบโตขึ้นได้อย่างมั่นคง

Read more

Google ยกเลิก Sitelinks Search Box

Google ยืนยัน! ยกเลิก Sitelinks Search Box อย่างเป็นทางการ

Google ได้ทำการลบเอกสารเกี่ยวกับ Sitelinks Search Box ออกจากระบบ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าฟีเจอร์การค้นหาแบบเดิมนี้ถูกยกเลิกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบค้นหาของ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น

By admin
อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP

อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP และความล่าช้า ช่วยปรับปรุงเว็บให้เร็วขึ้น

Google Chrome ปล่อยอัปเดตใหม่สำหรับ Chrome User Experience Report (CrUX) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Largest Contentful Paint (LCP) และ ความล่าช้าของเครือข่าย (RTT) แบบละเอียด ช่วยให้การปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้ทำได้ง่ายและตรงจุดยิ่งขึ้น

By admin
Google บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ออก

Google อัปเดต Mobile Search Interface ทำไมถึงเอา Breadcrumbs ออก?

Google ประกาศเปลี่ยนแปลงการแสดงผล URL บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ทิ้ง! เหลือเพียงชื่อโดเมน เพื่อให้ผลการค้นหาดูเรียบง่ายและอ่านง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง! บนเดสก์ท็อปยังคงแสดงผลตามปกติ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลอย่างไรกับเว็บไซต์ของคุณ? มาดูรายละเอียดกันเลย! มี

By admin
ฟีเจอร์ Circle to Search คืออะไร

Google อัปเกรด Circle to Search ค้นหาไวขึ้นด้วย AI Overviews

เคยเจอสินค้าน่าสนใจบนโซเชียล แต่ไม่รู้ยี่ห้อ? เห็นโลโก้แปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร? อยากค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องพิมพ์ให้ยุ่งยาก? Google ขยายขีดความสามารถของ Circle to Search เพื่อให้การค้นหาข้อมูลสะดวกและรวดเร็วขึ้น เพียงแค่ วงกลม ขี

By admin