Heading Structure คืออะไร เทคนิค SEO ที่ใครไม่ทำถือว่าพลาด!

heading structure คืออะไร
Image_Web Conductor (2)

Heading Structure หรือโครงสร้างหัวข้อ ที่หลาย ๆ คนคงคุ้นเคยในชื่อ Heading Tag หรือ HTML Header บางครั้งอาจเป็นส่วนที่ถูกละเลยไป แต่ถ้าอยากติดอันดับบน Google อย่างยั่งยืนแล้วละก็ Heading Structure เป็นสิ่งที่คนทำ SEO ไม่ควรพลาด ในบทความนี้ The Conductor จะชวนมาทำความรู้จัก Heading Structure คืออะไร ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำ SEO กับ Heading Structure คืออะไร เทคนิค SEO ที่ใครไม่ทำถือว่าพลาด!

heading structure คืออะไร

Heading Tag หรือ HTML Header คืออะไร

Heading Tag หรือ HTML Header คือ รูปแบบการกำหนดลำดับความสำคัญของแต่ละประเด็นในเนื้อหา ที่เรียกกันภาษาบ้าน ๆ ว่าหัวข้อนั้นเอง โดยมีระดับจากใหญ่สุด (H1) ไปเล็กสุด (H6) เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้อ่านและ Google แยกแยะได้ง่ายว่าข้อความส่วนไหนสำคัญที่สุด

Heading ในนมุมมองของ Google

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2001 ตัว HTML Header นั้นถูกจัดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับบน Google โดยเฉพาะ H1 ที่ส่งผลกับอันดับโดยตรง

แต่ในปี 2025 นี้ Google เองได้ออกมาประกาศแล้วว่า Heading Structure ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการจัดอันดับโดยตรง การวาง Header ให้ดีโดยให้ความสำคัญกับ H1 นั้นเป็นแค่คำแนะนำจาก Google ตามมาตรฐานของ W3C เท่านั้น ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ใช้จัดอันดับโดยตรงเลย

อ่านประกาศจาก Google เพิ่มเติม: Google อธิบายการใช้งาน Heading Structure กับการทำ SEO

การใช้ HTML Header สำคัญกับ SEO อยู่ไหม

จากมุมมองของ Google คำถามคงผุดขึ้นมาในหัวกันเยอะแยะเลยใช่ไหมหละ แล้วการใช้ HTML Header หรือ Heading Tag ยังมีความสำคัญ กับการทำ SEO ไหม คำตอบนั้นง่าย ๆ เลยคือยังสสำคัญ แม้ว่าการจัดวางลำดับหัวข้อให้ดี จะไม่ได้เป็นปัจจัยหลักมในการจัดอันดับแล้วก็ตาม

ถ้ามองจากมาตรฐานการทำเว็บไซจ์จาก W3C ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า Heading Structure จะเข้ามาช่วยให้ประสบกรณ์ของผู่ใช้งานเว็บไซต์ดีขึ้น ซึ่งส่วนนี้แหละที่สำคัญมาก ๆ ในการจัดอันดับของ Google

มากกว่านั้นคือ ในวันนี้การทำ SEO มีการแข่งขันที่สูงมาก ๆ ทำให้การปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้มีเหมาะสมกับการติดอันดับมากที่สุด ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

วิธีใช้งาน Heading Tag แต่ละแบบ

โครงสร้างหัวข้อของเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเราจะถูกกดหนดด้วย HTML Header ที่จะบอกลำดับความสำคัญของเนื้อหาแต่ละส่วน เพราะฉะนั้นแล้วการจะใช้งานให้เหมาะสม ก็ต้องมารู้จัก Heading Tag แต่ละประเภทกันก่อน

ลำดับการวาง html header

Heading 1 (H1)

Heading 1 (H1) คือหัวใจสำคัญที่สุดของ Heading Structure ถือเป็นหัวข้อหลักเพียงหนึ่งเดียวของเนื้อหาหน้านั้น ๆ ที่สามารถสื่อถึงภาพรวมของหน้านั้น ๆ ได้อย่างครบถ้วน H1 ที่ดีจึงต้องเป็นเป็นข้อความที่อธิบายเนื้อหาของเราได้ทั้งหมด ควรที่จะใส่คีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น ๆ ไว้ที่นี่ด้วย

Heading 2 (H2)

Heading 2 (H2) ส่วนที่คอยแบ่งเนื้อหาออกเป็นหัวข้อต่าง ๆ เป็นหัวข้อรองภายในหน้านั้น ๆ ในส่วนของ H2 ควรมีการใช้คีย์เวิร์ดรอง เพื่อระบุว่าแต่ละส่วนพูดถึงเรื่องอะไร รวมถึงการขยายความประเด็นที่เกี่ยวข้องและการค้นหาของ User

Heading 3 - 6 (H3 - H6)

Heading 3-6 (H3-H6) ถือเป็นส่วนที่ใช้สำหรับการลงรายละเอียดในหัวข้อย่อยต่าง ๆ ลงไปอีกระดับ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะไล่ระดับลงไปเรื่อย ๆ ช่วยให้ User อ่านเนื้อหาของเราได้ง่ายมากขึ้น

เทคนิคการใช้ HTML Header ให้ Google รัก

วางโครงสร้างหัวข้อให้ดี

เริ่มต้นด้วยการวางโครงสร้างคร่าว ๆ ของบทความ ว่า H1 ควรเป็นอะไร H2 ต้องมีประเด็นอะไรบ้าง และจะมี H3 หรือ H4 เพื่ออธิบายรายละเอียดส่วนไหน การแบ่งหัวข้อแบบนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงคอนเทนต์แต่ละส่วนได้ง่ายมากขึ้น รวมถึง Google ก็จะเข้าใจเนื้อหาของเราได้ละดียิ่งขึ้น

อย่าลืมใช้คีย์เวิร์ด

แม้ว่าเนื้อหาที่ดีจะต้องอ่านเข้าใจง่ายและไม่ยัดคำคีย์เวิร์ดจนดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่การใส่คีย์เวิร์ดอย่างเหมาะสมในหัวข้อต่าง ๆ ก็ยังสำคัญ อย่างที่บอกไปว่า H1 ใช้คีย์เวิร์ดหลัง และ H2 ใช้คีย์เวิร์ดรอง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ Google จับใจความได้ว่าเนื้อหาของเราเกี่ยวกับเรื่องอะไร เจาะลึกประเด็นไหนบ้าง

ตัวอย่างการวาง Heading Structure ที่ดี

สำหรับตัวอย่าง Heading Structure ที่ดีนั้นไม่ต้องมองไปที่ไหนไกลเลย เพราะบทความนี้ก็ได้ผ่านการวางโครงสร้างหัวข้อมาเป็นอย่างดี ลองมาดูรายละเอียดกันว่าในบทความนี้มีการวางโครงสร้าง HTML Header ไว้ยังไง

H1 Heading Structure คืออะไร เทคนิค SEO ที่ใครไม่ทำถือว่าพลาด!

H2 Heading Tag หรือ HTML Header คืออะไร

H2 การใช้ HTML Header สำคัญกับ SEO อย่างไร

H2 วิธีใช้งาน Heading Tag แต่ละแบบ

H3 Heading 1 (H1)

H3 Heading 2 (H2)

H3 Heading 3 - 6 (H3 - H6)

H2 เทคนิคการใช้ HTML Header ให้ Google รัก

H3 วางโครงสร้างหัวข้อให้ดี

H3 อย่าลืมใช้คีย์เวิร์ด

H2 ตัวอย่างการวาง Heading Structure ที่ดี

H2 เช็ค Heading Structure ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

H3 Inspect Tool

H3 Heading Map Extension

จากโครงสร้าง HTML Header ของบทความของเรา จะเห็นได้เลยมีการแบ่งลำดับขั้นอย่างชัดเจน จากการวางแผนโครงสร้างหัวข้อก่อนเริ่มต้นเขียนบทความซะอีก นอกจากนี้ก็มีการใส่คีย์เวิร์ดหลักและรองกระจายอยู่ตาม H1 และ H2 เพื่อสื่อให้เห็นถึงหัวข้อและประเด็นที่ต้องการจะนำเสนอนั้นเอง

เช็ค Heading Structure ได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

การเช็ค Heading Structure จริง ๆ เป็นเรื่องที่ง่ายนิดเดียว หลาย ๆ เว็บไซต์จะมี Table of Content ที่ระบุหัวข้อต่าง ๆ เอาไว้ซึ่งนั้นแหละคือ Heading Tag แต่ดู ๆ ไปแล้วอาจจะไม่ละเอียดหรือบางเว็บไซต์ก็ไม่ได้มีส่วนนี้ แล้วจะทำยังไงถึงจะเช็ค Heading ได้มาดูกันเลย

Inspect Tool

ตัวอย่างการใช้ inspect tool

คลิกขวา > Inspect

แค่เข้าเว็บไซต์ที่เราต้องการเช็ค HTML Header แล้วทำตาม 2 ขั้นตอนง่ายด้านบน เราก็จะสามารถตรวจสอชุด code หน้าบ้านของเว็บไซต์นั้น ๆ ได้ ซึ่งแน่นอนว่า HTML Header ก็จะอยู่ในนี้แหละ โดยจะอยู่ในรูปแบบของ Tag <h> ดังนี้

  • H1 = <h1>....</h1>
  • H2 = <h2>....</h2>
  • H3 = <h3>....</h3>
  • H4 = <h4>....</h4>

ถ้าหากว่าหาไม่เจอหละก็ ให้คลิกปุ่มลูกศร Drop down ในส่วนของ <body…</body> ดูเพราะส่วนมากแล้ว Heading Tag ก็จะอยู่ในส่วนนี้ แต่ถ้ายังหาไม่เจออยู่ดีลองใช้ช่องค้นหาบนหน้าต่าง Insect แล้วพิมพ์ค้นหา HTML Header ที่เราต้องการอย่างเช่น h1 ก็จะสามารถรู้โครงสร้างของเนื้อหานั้น ๆ ได้

headingsMap

ตัวอย่างการใช้ headingsmap

หากไม่เข้าใจภาษา HTML การเช็คโครงสร้างเว็บไซต์ผ่าน Inspect อาจจะทำให้สับสนไปบ้าง headingsMap เลยเป็นหนึ่งใน Google Extension ยอดนิยมสำหรับการเช็คโครงสร้าง Heading Tag ที่จะเข้ามาช่วยให้ตรวจสอบ HTML Header ได้ง่ายขึ้น ด้วยความง่ายในการใช้งาน เพียงแค่ 1 คลิกตัว Extension ก็จะโชว์โครงสร้างของหน้าเว็บไซต์ออกมาให้ดูทั้งหมด พร้อมบอกว่าโครงสร้าง Heading Tag มีส่วนไหนที่วางลำดับผิดหรือซ้ำกันไหม

สุดท้ายนี้การใช้ Heading Structure ก็ยังถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญในการทำ SEO อยู่ แม้ว่าทาง Google จะบอกว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญแล้วก็ตาม แต่ถ้าต้องการจะทำเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรก ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว

วางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ดีต่อใจ Google ต้องไม่พลาด The Conductor ปรีกษาการทำเว็บไซต์ด้วย SEO มืออาชีพได้แล้วคลิกเลย!

Read more

Google ยกเลิก Sitelinks Search Box

Google ยืนยัน! ยกเลิก Sitelinks Search Box อย่างเป็นทางการ

Google ได้ทำการลบเอกสารเกี่ยวกับ Sitelinks Search Box ออกจากระบบ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าฟีเจอร์การค้นหาแบบเดิมนี้ถูกยกเลิกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบค้นหาของ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น

By admin
อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP

อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP และความล่าช้า ช่วยปรับปรุงเว็บให้เร็วขึ้น

Google Chrome ปล่อยอัปเดตใหม่สำหรับ Chrome User Experience Report (CrUX) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Largest Contentful Paint (LCP) และ ความล่าช้าของเครือข่าย (RTT) แบบละเอียด ช่วยให้การปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้ทำได้ง่ายและตรงจุดยิ่งขึ้น

By admin
Google บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ออก

Google อัปเดต Mobile Search Interface ทำไมถึงเอา Breadcrumbs ออก?

Google ประกาศเปลี่ยนแปลงการแสดงผล URL บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ทิ้ง! เหลือเพียงชื่อโดเมน เพื่อให้ผลการค้นหาดูเรียบง่ายและอ่านง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง! บนเดสก์ท็อปยังคงแสดงผลตามปกติ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลอย่างไรกับเว็บไซต์ของคุณ? มาดูรายละเอียดกันเลย! มี

By admin
ฟีเจอร์ Circle to Search คืออะไร

Google อัปเกรด Circle to Search ค้นหาไวขึ้นด้วย AI Overviews

เคยเจอสินค้าน่าสนใจบนโซเชียล แต่ไม่รู้ยี่ห้อ? เห็นโลโก้แปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร? อยากค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องพิมพ์ให้ยุ่งยาก? Google ขยายขีดความสามารถของ Circle to Search เพื่อให้การค้นหาข้อมูลสะดวกและรวดเร็วขึ้น เพียงแค่ วงกลม ขี

By admin