Landing Page คืออะไร ออกแบบหน้าเพจยังไงให้ Conversion พุ่ง

Landing Page คืออะไร
Image_Web Conductor (3)

Landing Page ตำสั้น ๆ ที่มีความหมายกับเว็บไซต์เป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกหนึ่งในอาวุธลับของสายการตลาดออนไลน์ ถ้าเริ่มต้นทำเว็บไซต์โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้าง Conversion rate ที่ดี ก็ไม่ควรพลาดที่จพทำความรู้จักกันไว้ แล้ว Landing Page คืออะไร แตกต่างจากหน้าเว็บเพจทั่ว ๆ ไปยังไง หาคำตอบได้แล้วที่ Landing Page คืออะไร ออกแบบหน้าเพจยังไงให้ Conversion พุ่ง

Landing Page คืออะไร

Landing Page คือ หน้าเว็บเพจหน้าหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อโฟกัสไปที่วัตถุประสงค์อะไรบางอย่างหรือที่ทางการตลาดจะเรียกกันว่า Conversion Rate นั้นเอง จุดเด่นของ Landing Page คือมีเนื้อหาที่กระชับ ตรงประเด็น และมีองค์ประกอบที่ชัดเจน เพื่อนำทางให้ผู้ใช้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเราตัดสินใจทำกิจกรรมต่าง ๆ บนเว็บไซต์ตามที่เราต้องการได้ง่ายมากขึ้น

ตัวอย่างวัตถุประสงค์ของหน้า Landing Page

  • กระตุ้นให้ผู้ใช้กรอกฟอร์มสมัครรับบริการ
  • กระตุ้นให้ผู้ใช้กดซื้อสินค้า หรือ
  • ชวนให้คลิกปุ่ม Call to Action (CTA) เพื่อลงทะเบียนรับโปรโมชั่นหรือข่าวสาร

Landing Page Vs หน้าเพจอื่น ๆ

landing page vs หน้าเว็บทั่วไป

แล้ว Landing Page แตกต่างจากหน้าเว็บทั่ว ๆ ไปตรงไหนหละ ต้องบอกเลยว่าจริง ๆ แล้ว Landing Page ก็คือหน้าเว็บไซต์ปกตินั้นแหละ แต่จะแตกต่างกันตรงที่มีการตัดทอนส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปอย่างเช่นเมนูที่ลิงก์ไปหน้าอื่น ๆ เกินจำเป็น ทำให้ผู้ใช้หลุดโฟกัสจากวัตถุประสงค์หลักของเราได้ง่าย มุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญไปตรง ๆ เลยเท่านั้น

ตัวอย่างเช้นหน้า Home หรือหน้า Blog .ในภาพตัวอย่าง ที่มีเมนูและข้อความเยอะแยะไปหมด กับหน้า Landing Page ที่มีเนื้อหาที่ชัดเจนรวมถึงปุ่ม Call to Action ที่ถูกว่าอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจน ถ้าลองมองดูแล้วคุณคิดว่าหน้าแบบไหนที่สร้าง Conversion ได้มากกว่ากันหละ ?

ประเภทของหน้า Landing Page

คำจำกัดความของ Landing Page ภาพใหญ่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  • Transactional
  • Reference

Transactional Landing Page

transactional landing page

Transactional คือหน้า Landing Page ที่มีเป้าหมายหลักในการทำให้ผู้ใช้ที่เข้ามาเกิดการตัดสินใจ เน้นการขอข้อมูลติดต่อ อย่างเช่นการกรอกฟอร์มต่าง ๆ ถ้าให้ยกตัวอย่างเลยก็จะเป็นหน้าที่มีแบบฟอร์มให้กรอก เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้เจ้าหน้าที่ติดตามต่อหรือทำ Email Marketing ต่อไป หน้าประเภทนี้บางครั้งก็จะถูกเรียกว่า Lead Generation Landing Page

Reference Landing Page

Reference Landing Page

Reference คือหน้า Landing Page ที่จะเน้นในการให้ข้อมูลเชิญชวน จุดประสงค์คือพาผู้ใช้ไปสู่การกดปุ่มสั่งซื้อหรือ CTA ที่จะนำไปยังหน้าต่อไปอย่างเช่น คลิกจากหน้าสินค้าไปสู่หน้าหน้าชำระเงิน หน้าประเภทนี้จะถูกเรียกอีกอย่างว่า Click-Through Landing Page

Landing Page ที่ดีต้องมีอะไรบ้าง

มาถึงตรงนี้ทุกคนน้่จะรู้จักกับ Landing Page กันแล้ว ฟังดูแล้วเหมือนจะไม่ยากใช่ไหมหละ แต่ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ การทำให้ผู้คนคลิก Call to Action หรือกรอกฟอร์มบนหน้าเว็บของเรานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าสินค้าและบริการของเราจะล้ำสมัยหรือมีคุณค่ามากแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถสื่อสารคุณค่าออกมาได้

ถึงอย่างนั้นก็อย่าพึ่งกังวลไปเพราะเราได้รวบรวมเทคนิคที่จะช่วยสร้าง Landing Page ให้โดดเด่นและกระตุ้นให้เกิด Conversion ได้มากขึ้น เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจคุณ จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

1.โดดเด่นสะกดทุกสายตา

การสร้าง Landing Page ควรลดทอนข้อมูลที่จะรบกวนความสนใจของลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้โฟกัสกับเป้าหมายหลักของหน้าเพจ นั่นคือ “เปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้า” (Conversion)

หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญคือการตัดเมนูนำทาง (Top Navigation) ออก แล้วใช้ดีไซน์หน้าเดียวที่มีความลื่นไหลและสวยงาม แต่ยังคงใส่โลโก้ที่สามารถคลิกได้ เผื่อว่าผู้ใช้ต้องการออกจากหน้าเพจ แต่ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับแบรนด์ของเราได้ง่าย

นอกจากนี้ การโชว์ภาพสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ ตรงจุด จะช่วยให้ลูกค้าจินตนาการได้ว่าพวกเขาจะใช้งานได้ยังไง และข้อดีที่สุดคือ Landing Page ต้อง “ปัง!” แบบเห็นแล้วสะดุดตามี Hero Image ที่โดดเด่นและกราฟิกที่สวยงามจะดึงดูดความสนใจได้ทันที และสื่อสารข้อเสนอของเราได้อย่างรวดเร็ว กระชับ และโดนใจ ในแบบที่สมองของเราประมวลผลได้ทันที

2. อย่าใส่เนื้อหาเกินจำเป็น

ข้อความถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับการสร้าง Landing Page เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่โน้มน้าวให้ผู้ใช้ที่เข้าชมเว็บไซต์ของเราตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นลูกค้า

Landing Page ที่ดีจึงควรเปิดด้วยหัวข้อที่ดึงดูด สื่อสารถึงมูลค่าที่ชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือ การอธิบาย “เหตุผล” ว่าทำไมข้อเสนอนี้ถึงมีความสำคัญ

เนื้อหาควรเน้นไปที่ “ประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับ” มากกว่าการพูดถึงคุณสมบัติของสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียว อย่าลืมตอบทุกข้อสงสัยของผู้ใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกดปิดหน้าเพจแล้วออกไป ที่สำคัญ ข้อความทั้งหมดควรกลั่นกรองให้กระชับ ตรงประเด็น และไม่มีเนื้อหาส่วนเกิน ทุกคำที่ใช้ควรมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อให้ Landing Page ของเราทรงพลังและเกิดผลลัพธ์สูงสุด

3. FOMO (Fear of Missing Out)

FOMO หรือ Fear of Missing Out เป็นคำที่อาจจะได้ยินกันบ่อย ๆ ในแวดวงการลงทุน แต่ FOMO นั้นมีอยู่จริง! ในการสร้าง Landing Page หนึ่งในเทคนิคการโน้มน้าวใจที่ทรงพลังที่สุดที่ Landing Page จะสามารถใช้ได้ก็คือ “Social Proof” หรือการแสดงให้เห็นว่าผู้อื่น (โดยเฉพาะคนที่เรายอมรับนับถือ) กำลังทำสิ่งเดียวกันกับที่เรากำลังนำเสนอ

เมื่อผู้ใช้เข้าชม Landing Page เห็นว่าคนที่ตนเองเชื่อถือก็กำลังใช้สินค้าหรือบริการนี้อยู่ พวกเขาก็จะยิ่งมีแนวโน้มอยากทำตามอย่างไม่ลังเล ในบริบททางธุรกิจ มันก็คล้าย ๆ กับคำถามที่แม่มักใช้เตือนใจว่า “ถ้าทุกคนกระโดดลงสะพานหมดแล้ว เธอจะกระโดดตามด้วยไหม?”

สรุปง่าย ๆ คือ ยิ่งสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าคนอื่น ๆ กำลังได้รับประโยชน์จากสินค้าหรือบริการของเรามากเท่าไร ก็มีแนวโน้มที่ผู้ใช้ก็จะยิ่งรู้สึก “กลัวพลาด” มากขึ้นเท่านั้น และสุดท้ายก็พร้อมจะตัดสินใจกลายเป็นลูกค้าของเรา

FOMO สามารถสร้างได้ไม่ยากเลย ด้วยการโชว์รีวิวจากลูกค้าที่ใช้สินค้าและบริการของเรา และได้รับประโยชร์หรือแฮปปี้กับการใช้งาน อีกหนึ่งวิธีคือการรวมสถิติตัวเลขที่บ่งบอกว่ามีผู้คนจำนวนมากแค่ไหนที่กำลังใช้งานและชื่นชอบสินค้าของเรา เพียงเท่านี้ก็จะสามารถกระตุ้นให้พวกเขาตัดสินใจซื้อหรือสมัครสมาชิกได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

Landing Page ที่จะประสบความสำเร็จไม่ควรทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนติดอยู่ในห้องแคบ ๆ ที่หาทางออกไม่เจอ หากต้องการสร้าง Conversion ให้มากขึ้น จำเป็นต้องมี Call-to-Action (CTA) ที่แข็งแรง

Call-to-Action

CTA ที่แข็งแรงควรชัดเจน กระชับ และสื่อความหมายให้คนต้องการคลิก การมีปุ่ม CTA เพียงปุ่มเดียวที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน (โดยใช้สีที่ตัดกับหน้าเพจ) ช่วยให้ใช้ไม่พลาดและตัดสินใจดำเนินการได้ง่ายขึ้น

Need For (Page)Speed

Page Speed หรือความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้เยี่ยมชมตัดสินใจอยู่ต่อหรือออกไปอย่างรวดเร็ว พูดง่าย ๆ คือ ทำให้หน้าเว็บของเราโหลดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะไม่มีใครอยากเสียเวลารอนาน ๆ นั่นเอง

กฏเหล็กการสร้าง Landing Page

“1 Landing Page ต่อ 1 Conversion”

ข้อสำคัญที่ควรตระหนักเอาไว้ก่อนจะสร้างหน้า Landing Page คือการกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนของหน้านั้น ๆ ไม่ว่าจะต้องการให้คลิกซื้อสินค้า กรอกฟอร์มข้อมูล สมัครสมาชิก หรือแอดไลน์ก็ตาม ให้เลือกเป้าหมายของหน้า Landing Page นั้น ๆ มาแค่เป้าหมายเดียว เพื่อที่จะโฟกัสได้อย่างเต็มที่

สร้าง Landing Page ให้ดีมีชัยไปกว่า่ครึ่ง

การสร้าง Landing Page ที่ดีอาจดูยุ่งยาก แต่เชื่อเถอะว่า “ทำดีก็คุ้ม” ส่วนนี้เลยจะพามาดูกันว่าหลักจากตรากตรำทำหน้า Landing Page จนดีขนาดนี้แล้ว มีข้อดีอะไรบ้างที่เราจะได้กลับมา

Conversion Rate เพิ่มขึ้น

เมื่อหน้า Landing Page ของเราปราศจากข้อมูลที่เกินจำเป็น ลูกค้าของเราก็จะโฟกัสกับเป้าหมายหลักที่เราต้องการได้มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าหน้าเว็บไซต์ของเราจะสามารถุจูงใจให้พวกเขาทำในสิ่งที่เราต้องการได้ง่ายขึ้น จุดนี้จะนำไปสู่ Conversion Rate ที่เพิ่มขึ้น

ลดต้นทุนในการหาลูกค้า (CPA)

เมื่อ Conversion Rate สูงขึ้น นั่นหมายความว่าการสร้าง Conversion ต่อการคลิกของเรามากขึ้น ต้นทุนในการหาลูกค้าของเราก็จะถูกลงไปด้วย เพราะว่าในการใช้เงินเท่าเดิมเรากลับได้ลูกค้าเข้ามามากขึ้นนั่นเอง

Quality Score สูงขึ้น

สำหรับการทำ SEM หรือทำโฆษณาบน Google จะมีสิ่งที่เรียกว่าความเกี่ยวข้องของ “ Keyword + Text Ads + Landing Page “ อยู่ซึ่งรวมกันแล้วจะเรียกว่า Quality Score ซึ่งการสร้าง Landing Page ที่ดีถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะเพิ่มค่า Quality Score และทำให้ ต่ำแหน่งโฆษณา (Ads Rank) ของเราอยู่ในต่ำแหน่งที่ดีกว่าคู่แข่ง รวมไปถึงค่า Ads ต่อคลิกของเราก็จะมีแนวโน้มที่จะถูกลงด้วย

ตัวอย่างหน้า Landing Page ที่ดีจน Conversion พุ่ง

Landing Page ที่ยอดเยี่ยม คือเพจที่ทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์สัมผัสได้ในทันทีว่า “นี่แหละ!” คือบริษัทที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการของพวกเขา.

และไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยให้เข้าใจวิธีสร้าง Landing Page ที่ยอดเยี่ยมได้ดีไปกว่า การศึกษา “ตัวอย่างจริง” จากเว็บไซต์ชั้นนำบนโลกออนไลน์ และนี่คือตัวอย่างหน้า Landing Page ที่ดีที่อยากให้ลองเข้ามาศึกษา

1. ASOS

ตัวอย่างหน้า landing page จาก asos

ASOS เป็นเว็บไซต์ค้าปลีกเสื้อผ้าออนไลน์จากประเทศอังกฤษอังกฤษ โดยเป็นแบรนด์ชั้นนำในอังกฤษ ไม่ต่างจาก Nike Adidas หรือ Zara เลย ซึ่งแน่นอนว่าการจะเป็นแบรนด์ระดับนี้ต้องมีเบื้องหลังที่คอยค้ำจุนความสำเร็จนี้อยู่

ถ้าลองค้นหาในคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับเสื้อผ้าบน Google ประเทศอังกฤษแล้วหละก็จะเจอกับ Ads และ Landing Page ของ ASOS ที่ติดอันดับอยู่ในอันดับต้น ๆ เสมอ

เริ่มต้นเลย Ads ของ ASOS จะพาเราตรงไปยัง Landing Page ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาได้อย่างแม่นยำ ที่นี้เรามาดูภาพตัวอย่างกัน จากภาพตัวอย่างบนหน้า Landing Page ของ Category Demin จะเห็นถึงองค์ประกอบที่ชัดเจนและตรงความต้องการของผู้ใช้ดังนี้

  • ภาพตัวอย่างแบบฟูลช็อตที่ขยับได้ ช่วยกระตุ้นจินตนาการได้ง่ายว่าถ้าลูกค้าได้ใส่ชุดนี้จะเป็นอย่างไรด้านบนของหน้าเว็บมีระบบ Breadcrumb ที่บอกตำแหน่งปัจจุบันบนเว็บไซต์อย่างชัดเจน
  • ฟิลเตอร์ (Filter) ต่าง ๆ ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่สะดุดตา ทำให้สามารถปรับผลการค้นหาตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว
  • Sale Point ข้อความขายกระชับและชัดเจน ทำให้สามารถโฟกัสที่สินค้าได้อย่างเต็มที่

โดยรวมแล้ว ASOS ออกแบบ Landing Page มาได้สะอาดตาจัดวางได้เป็นระเบียบ มึ่งเน้นไปที่สินค้าเป็นหลัก ส่วนที่จะสามารถเพิ่มเติมได้ก็คือกราใช้ Social Proof อ้างอิงจากรีวิวของลูกค้า เพื่อให้เกิดการตัดสินใจได้รวดเร็วมากขึ้น

2.Lawn Doctor

ตัวอย่างหน้า landing page จาก lawn doctor

Lawn Doctor บริการด้านบนก็สื่อชัดเจนถึงสนามหญ้าสุดสวยในฝันของทุกคน ถือเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับธุรกิจบริการในพื้นที่ (Local Service Companies) ด้วยดีไซน์และการเลือกใช้โทนสีเขียวสด ดูแล้วให้ความรู้สึกถึงสนามหญ้าที่สวยสมบูรณ์อย่างที่ลูกค้าปรารถนามี Hero Image ด้านบนก็สื่อชัดเจนถึงสนามหญ้าสุดสวยในฝันของทุกคน

ธุรกิจดูแลสนามหญ้ายักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ขยายสาขาไปมากกว่า 630 แห่ง และมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 16% ในปี 2020 ซึ่งถือว่าเติบโตได้อย่างน่าทึ่ง นี่เป็นตัวอย่างสำคัญที่ผู้ให้บริการในท้องถิ่นสามารถนำไปต่อยอดได้ ลองมาดูว่า Lawn Doctor ออกแบบ Landing Pageอย่างไรให้ดึงดูดลูกค้าใหม่เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง

  • Hero Image ที่โดดเด่นสะดุดตา สื่อสารถึงบริการได้อย่างชัดเจน
  • Social Proof แสดงไว้อย่างโดดเด่นด้วยคะแนนรีวิวเฉลี่ย 4.7 ดาว จาก Google ซึ่งเป็นตัวเลขที่แม่นยำจนทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ารีวิวนี้น่าเชื่อถือ
  • แบบฟอร์มขอใบเสนอราคา (Estimate Form) ก็ถูกวางไว้ด้านบนสุด มองเห็นได้ทันที ไม่ต้องเลื่อนลงไปหาให้เสียเวลา รวมถึงมีเบอร์โทรศัพท์อยู่มุมขวาบน สำหรับคนที่ต้องการโทรติดต่อโดยตรงแบบไม่ต้องรอ
  • เมื่อกรอกรหัสไปรษณีย์ (Zip Code) ข้อมูลเมืองและรัฐก็ถูกเติมให้อัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกได้มาก เพราะบางครั้งลูกค้าอาจขี้เกียจใส่รายละเอียดยิบย่อย
  • Sale Point ข้อความขายบ่งบอกประโยชน์ของบริการได้อย่างตรงประเด็น หัวข้อบอกชัดเจนว่าจะได้รับการดูแลสนามหญ้าที่ “ปรับตามความต้องการเฉพาะของคุณ”
  • ใต้ภาพ Hero Image ยังมีการ Upsell บริการที่เหมาะกับฤดูกาลปัจจุบัน ดึงดูดให้ลูกค้าคลิก CTA หรือโทรเข้ามาสอบถามเพิ่มเติม

สิ่งเดียวที่ทาง Lawn Doctor ยังขาดไปคือการกระตุ้นให้ลูกค้าเกิด FOMO อย่างการใส่เวลานับถอยหลังสำหรับโปรโมชั่น เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าจะพลาดไม่ได้แล้ว

3. IKEA

ตัวอย่างหน้า landing page จาก lawn doctor

กลับมาที่เว็บไซต์ที่ใกล้ตัวกันบ้างดีกว่า กับ IKEA บริษัทขายเฟอร์นิเจอร์ที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่นอกจากการจัดวางหน้าสาขาที่ชวนให้คนเดินวนอยู่ข้างในแล้ว หน้า Landing Page ของเว็บไซต์เขาก็ชวนให้อยู่บนเว็บไซต์ได้ดีไม่แพ้กัน

ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างจากหน้า “เตียงนอนและที่นอน” กันว่า IKEA สร้าง Landing Page ยังไงให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้มากเท่านี้

  • ด้านบนของหน้าเว็บมีระบบ Breadcrumb ที่บอกตำแหน่งของแต่ละหน้าอย่างชัดเจน
  • หัวข้อที่ชัดเจน และการจัดแบ่ง Category ต่าง ๆ เพื่อนำทางลูกค้าได้ง่ายมาขึ้น
  • รูปภาพตัวอย่างสินค้าที่จัดวางในห้องอย่างสวยงามกระตุ้นจิตนาการการแต่งห้องของลูกค้า
  • Product Interactive ในรูปภาพที่สามารถคลิกต่อไปสู่สินค้าที่ใช้ในภาพตัวอย่างได้ทันที ถ้าลูกค้าสนใจ
  • รายการสินค้าขายดี ลดราคา และสินค้าสำหรับคุณ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
  • โชว์บริการเสริมต่าง ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า
  • นำเสนอเคล็ดลับการจัดห้องนอน หรือสินค้าแต่ละชิ้นที่เข้ากันได้

โดยรวมแล้วหน้า Landing Page ของ IKEA ถือว่าออกแบบมาได้สะอาดตา แต่ยังให้ข้อมูลที่กระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าได้ดี ถ้าเพิ่มในส่วนของ Social Proof เข้าไปได้จะดีขึ้นมาก ๆ

มาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจกันแล้วว่า Landing Page คืออะไร จะเห็นได้ว่าการสร้าง Landing Page ที่ดีเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำการตลาด ไม่เพียงแต่การทำ SEO เท่านั้น น่าเสียดายที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามจุดนี้ไป แต่ไม่ต้องกังวลไป ถ้าคุณผ่านเข้ามาอ่านบทความนี้ การเริ่มต้นสร้าง Landing Page ที่ดีเพื่อพิชิต Conversion Rate จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

หากต้องการปรึกษาผู้เชียวชาญเพื่อสร้าง Landing Page ที่ดี เพื่อเพิ่ม Conversion ให้กับเว็บไซต์ของคุณ อย่ารอช้าติดต่อเรามาได้เลย!

Read more

Google ยกเลิก Sitelinks Search Box

Google ยืนยัน! ยกเลิก Sitelinks Search Box อย่างเป็นทางการ

Google ได้ทำการลบเอกสารเกี่ยวกับ Sitelinks Search Box ออกจากระบบ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าฟีเจอร์การค้นหาแบบเดิมนี้ถูกยกเลิกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบค้นหาของ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น

By admin
อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP

อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP และความล่าช้า ช่วยปรับปรุงเว็บให้เร็วขึ้น

Google Chrome ปล่อยอัปเดตใหม่สำหรับ Chrome User Experience Report (CrUX) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Largest Contentful Paint (LCP) และ ความล่าช้าของเครือข่าย (RTT) แบบละเอียด ช่วยให้การปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้ทำได้ง่ายและตรงจุดยิ่งขึ้น

By admin
Google บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ออก

Google อัปเดต Mobile Search Interface ทำไมถึงเอา Breadcrumbs ออก?

Google ประกาศเปลี่ยนแปลงการแสดงผล URL บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ทิ้ง! เหลือเพียงชื่อโดเมน เพื่อให้ผลการค้นหาดูเรียบง่ายและอ่านง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง! บนเดสก์ท็อปยังคงแสดงผลตามปกติ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลอย่างไรกับเว็บไซต์ของคุณ? มาดูรายละเอียดกันเลย! มี

By admin
ฟีเจอร์ Circle to Search คืออะไร

Google อัปเกรด Circle to Search ค้นหาไวขึ้นด้วย AI Overviews

เคยเจอสินค้าน่าสนใจบนโซเชียล แต่ไม่รู้ยี่ห้อ? เห็นโลโก้แปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร? อยากค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องพิมพ์ให้ยุ่งยาก? Google ขยายขีดความสามารถของ Circle to Search เพื่อให้การค้นหาข้อมูลสะดวกและรวดเร็วขึ้น เพียงแค่ วงกลม ขี

By admin