Local SEO คืออะไร พร้อมวางกลยุทธ์ให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย

ตัวอย่าง local seo
ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ (3)

จุดเริ่มต้นของธุรกิจคงหนีไม่พ้น ลูกค้าในท่องถื่นของเราเอง แน่นอนว่าทุกคนต้องอยากเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กับธุรกิจและบริการในพื้นที่ใช่ไหม? ในวันนี้ทางเราจะพามารู้จักการทำ Local SEO คืออะไร และพามาดูเทคนิคและแนวทางที่จะเสริมความโดดเด่นให้กับธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์กับ Local SEO คืออะไร พร้อมวางกลยุทธ์ให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย

ตัวอย่าง local seo

Local SEO คืออะไร

การทำ Local SEO คือ กลยุทธ์การทำการตลาดด้วย SEO รูปแบบหนึ่ง ที่เน้นไปที่ธุรกิจท้องถิ่น ให้ติดอันดับใน Keyword (คำค้นหา) เฉพาะในแต่ละพื้นที่ เช่น “ร้านอาหารสุขุมวิท” ซึ่งจะช่วยจำกัดวงคู่แข่งให้แคบลง และจะช่วยให้สามารถติดอันดับบนหน้าแรกได้ง่ายกว่าคีย์เวิร์ดประเภทอื่น ๆ

สำหรับธุรกิจการทำ Local SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าที่มีความต้องการในสินค้าและบริการของเรา ค้นหาเจอเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้ดีมากยิ่งขึ้น

ความสำคัญของการทำ Local SEO

นอกจากธุรกิจทั่มีพื้นที่ตั้งหรือหน้าร้านที่ชัดเจนแล้ว สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ให้บริการแบบเคลื่อนที่ในพื้นที่ท้องถิ่นโดยไม่มีหน้าร้าน การเริ่มต้นทำ Local SEO ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน อาจรู้สึกเหมือนกำลังบุกเบิกเส้นทางใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ต้องเผชิญความท้าทายเฉพาะตัวในการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

แต่ถ้าเราเข้าใจเทคนิคและกลยุทธ์ Local SEO สำหรับธุรกิจ และนำไปปรับใช้อย่างถูกต้อง ก็จะสามารถกำหนดพื้นที่ให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าที่เคย!

คู่มือเทคนิคการทำ Local SEO สำหรับธุรกิจบริการในพื้นที่

ธุรกิจส่วนมากคงคุ้นเคยกับเทคนิคการทำ Local SEO ในวันนี้ทาง The Conductor จึงอยากนำเสนอ เทคนิคการทำ Local SEO อีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้สำหรับ SABs (Service Area Businesses) ฉบับละเอียดทุกแง่มุมเพื่อให้สามารถกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มการมองเห็นบนโลกออนไลน์ และดึงดูด Traffic จากลูกค้าในท้องถิ่นให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ทำความเข้าใจกับธุรกิจบริการในพื้นที่ (Service Area Businesses)

ธุรกิจบริการในพื้นที่ คือธุรกิจที่เดินทางไปยังสถานที่ของลูกค้าเพื่อให้บริการโดยตรง

ต่างจากธุรกิจแบบมีหน้าร้านที่อาศัยการเดินเข้ามาของลูกค้า ธุรกิจ SABs ไม่ได้มีหน้าร้านถาวร แต่กำหนดขอบเขตพื้นที่ให้บริการเป็นตลาดหลักแทน!

ตัวอย่างธุรกิจบริการในพื้นที่ (SABs)

  • งานช่างต่าง ๆ
  • บริการอาบตัดขนสัตว์เลี้ยง
  • บริการทำความสะอาดบ้าน
  • ร้านอาหาร Food Truck

ความท้าทายและโอกาสของธุรกิจบริการในพื้นที่ (SABs) กับ Local SEO

ธุรกิจ SABs เผชิญความท้าทายเฉพาะตัวในเรื่อง Local SEO เนื่องจากไม่มีที่อยู่จริง (Physical Address) ให้โปรโมตหรือสร้างความน่าเชื่อถือได้เหมือนธุรกิจที่มีหน้าร้านโดยตรง

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจท้องถิ่นทุกประเภทต่างต้องพิสูจน์ความเป็น “ท้องถิ่น” และความเชี่ยวชาญ-ประสบการณ์-ความน่าเชื่อถือ (E-E-A-T) ตามหลักของ Google’s Search Quality Raters Guidelines ซึ่งถ้าไม่มีสถานที่ตั้งชัดเจนก็ยิ่งยากขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม การไม่มีหน้าร้านถาวรก็สร้างโอกาสให้ขยายการเข้าถึงลูกค้าได้กว้างกว่าการอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเพียงจุดเดียว

ความท้าทาย

1. ไม่มีหน้าร้านดึงดูดลูกค้าในพื้นที่

  • ธุรกิจ SABs ไม่สามารถใช้กลยุทธ์ Local SEO แบบเดิม ๆ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ Google My Business (GMB) ด้วยที่อยู่ปักหมุดบน Google Maps เพื่อให้ติดผลการค้นหา “near me” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม เรายังคงสามารถปรับแต่ง GMB ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

2. แข่งขันกับธุรกิจที่มีหน้าร้าน

  • ธุรกิจ SABs ต้องต่อสู้กับทั้งธุรกิจที่มีสถานที่ตั้งถาวรและธุรกิจ SABs รายอื่น ๆ ในพื้นที่เดียวกัน

3. นิยามและเจาะจงพื้นที่ให้บริการ รวมถึงสร้างความเชื่อถือ

  • การกำหนดพื้นที่ให้บริการ (Service Area) ที่ชัดเจนเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ตรงจุด และต้องแสดงให้ Google เห็นว่าธุรกิจสามารถรองรับลูกค้าในพื้นที่ครอบคลุมได้จริง ซึ่งอาจต้องแข่งขันกับ SABs รายอื่นที่มีขอบเขตการให้บริการใกล้เคียงกัน

โอกาสที่น่าสนใจ

  • เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
    ธุรกิจ SABs สามารถเจาะตลาดในพื้นที่ที่กว้างกว่าธุรกิจที่มีหน้าร้านคงที่
  • ความยืดหยุ่นสูง
    สามารถปรับเปลี่ยนขอบเขตพื้นที่ให้บริการได้อย่างอิสระ ตามความต้องการของลูกค้าและเป้าหมายการขยายธุรกิจ
  • ประหยัดต้นทุน
    ต้นทุนการดำเนินงานโดยรวมมักต่ำกว่าธุรกิจที่มีหน้าร้านถาวร เช่น ค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ

กลยุทธ์หลักสำหรับ Local SEO ของธุรกิจบริการในพื้นที่ (SABs)

เพื่อเอาชนะอุปสรรคที่กล่าวมาและคว้าโอกาสในการเติบโต ธุรกิจ SABs จำเป็นต้องวางแผนกลยุทธ์ Local SEO อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหมายถึงการใส่ใจและปรับแต่งคอนเทนต์ให้ตรงจุด ในพื้นที่ที่ลูกค้ากำลังค้นหาข้อมูล

จากงานวิจัยล่าสุดของ Brightlocal ในปี 2023 พบว่า แพลตฟอร์ม 5 อันดับแรกที่ผู้บริโภคเชื่อถือในการค้นหาข้อมูลธุรกิจท้องถิ่น ได้แก่

  • Google (66%)
  • Google Maps (45%)
  • เว็บไซต์ของธุรกิจ (36%)
  • Facebook (32%)
  • Yelp (32%)

ต่อไป จะเป็นส่วนสำคัญที่จะพาไปเจาะลึกถึงวิธีปรับใช้แต่ละแพลตฟอร์มให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในฐานะช่องทางหลักที่จะนำ Organic Traffice เข้ามาสู่เว็บไซต์ด้วย Local SEO!

ปรับแต่ง Google Business Profile

ตัวอย่างการปรับ google business profile

สำหรับหลาย ๆ ธุรกิจ Google My Business Profile (GMB) สำคัญพอ ๆ กับเว็บไซต์ของบริษัท หรืออาจสำคัญยิ่งกว่าด้วยซ้ำ!

จากการศึกษาของ Think with Google ในปี 2019 พบว่า “60% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนเคยติดต่อธุรกิจโดยตรงจากผลการค้นหา (เช่น คลิกโทรออกด้วยฟีเจอร์ ‘click to call’)” และแนวโน้มนี้ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย!

แม้ SABs จะไม่มีหน้าร้านจริง แต่ก็ยังใช้ประโยชน์จาก Google My Business Profile (GMB) เพื่อเพิ่มการมองเห็นบนโลกออนไลน์ได้ โดยสามารถทำได้ดังนี้:

สร้างโปรไฟล์ Google Business Profile

  • แม้จะไม่มีหน้าร้าน คุณก็ยังจำเป็นต้องสร้างโปรไฟล์ GMB และเลือกประเภทธุรกิจเป็น “Service-area business”
  • ภายใต้ตัวเลือกนี้ คุณจะสามารถเพิ่มที่อยู่ได้แต่ที่อยู่นั้นจะไม่แสดงต่อสาธารณะ จากนั้นเลือกพื้นที่ให้บริการได้สูงสุด 20 แห่ง โดยอ้างอิงจากชื่อเมืองหรือรหัสไปรษณีย์

“ขอบเขตพื้นที่ให้บริการไม่ควรไกลเกินระยะขับรถ 2 ชั่วโมงจากตำแหน่งหลักของธุรกิจ”

หากพื้นที่ให้บริการไกลเกินกว่า 2 ชั่วโมงในการขับรถ ควรพิจารณาสร้างบัญชี GMB เพิ่ม โดยใช้ที่อยู่หลักที่อยู่ใกล้กว่าระยะ 2 ชั่วโมงเพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพมากขึ้น

เลือกเฉพาะหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

  • ควรเลือกหมวดหมู่หลักและหมวดหมู่รองที่สอดคล้องกับบริการของคุณจริง ๆ ใน GMB
  • อย่าเลือกหมวดหมู่ย่อยที่ไม่ได้ให้บริการจริง เพียงเพราะอยากให้คนค้นหาเจอ เพราะอาจทำให้ธุรกิจสูญเสียความน่าเชื่อถือได้

นี่คือความผิดพลาดที่ธุรกิจหลายเจ้ามักทำ ซึ่งส่วนนี้อาจย้อนกลับมาส่งผลเสีย ด้วยการลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวเองลงได้

กรอกข้อมูลโปรไฟล์ของคุณให้ครบถ้วน

อย่าลืมใส่ข้อมูลสำคัญในโปรไฟล์ Google My Business (GMB) ให้ครบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อธุรกิจ หมายเลขโทรศัพท์ เว็บไซต์ พื้นที่บริการ เวลาทำการ รูปภาพ รวมถึงลิงก์ Social Media ที่มี

จุดสำคัญคือต้องให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ และยังอาจช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ หากระบุชัดว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหรือให้บริการลูกค้ากลุ่มใดโดยเฉพาะ

กระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวและตอบอย่างรวดเร็ว

รีวิวบน Google My Business เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการจัดอันดับในการค้นหาท้องถิ่น (Local Search)

  • รีวิวเชิงบวก หรือแม้แต่การตอบกลับรีวิวเชิงลบอย่างรวดเร็วและเหมาะสม สามารถช่วยยกระดับอันดับการค้นหาในพื้นที่ของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าใหม่ ๆ ที่กำลังมองหาบริการของเรา

สำหรับธุรกิจให้บริการในพื้นที่ (Service-area Business) ที่ต้องการพิสูจน์ว่าครอบคลุมพื้นที่ให้บริการจริง ควรพยายามส่งเสริมให้ลูกค้าที่อยู่ในแต่ละโซนเขียนรีวิว เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณให้บริการได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ประกาศไว้!

ดังนั้น หากเราระบุพื้นที่ให้บริการไว้ 10 ที่ในรัศมีขับรถไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็ควรมองหาวิธีขอรีวิวจากลูกค้าที่พึงพอใจในแต่ละพื้นที่

สิ่งนี้จะช่วยตอกย้ำ “ความเป็นธุรกิจท้องถิ่น” ที่กล่าวถึงไปแล้ว

Pro Tips: อย่ากลัวที่จะขอให้ลูกค้าเขียนรีวิวบน Google โดยระบุบริการที่ได้รับพร้อมกับสถานที่ที่ได้รับบริการด้วย เช่น “The Conductor Food Car อาหาร Food Truck โซน [อโศก] อาหารอร่อย ดูดีถ่ายรูปสวย” เป็นต้น

แชร์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ

Google My Business (GMB) เปิดโอกาสให้ธุรกิจทุกประเภทสามารถโพสต์คอนเทนต์เกี่ยวกับบริการ โปรโมชัน หรือแม้กระทั่งลิงก์ไปยังเนื้อหาภายนอก เช่น บล็อกโพสต์และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่จะเห็นว่าหลายธุรกิจยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้อย่างเต็มที่

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้แสดงออกถึงความเอาใจใส่ต่อลูกค้าและตอกย้ำความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ต้องการให้ผู้คนค้นหาเจอ

หากคุณเป็นธุรกิจท้องถิ่นที่สร้างคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอบนโซเชียลมีเดียหรือผ่านอีเมลข่าวสาร การนำคอนเทนต์เหล่านั้นมาแชร์บน GMB ด้วยก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างความน่าเชื่อถือในพื้นที่ของคุณ!

2. สร้างเว็บไซต์ที่แข็งแกร่ง รองรับมือถือ และรองรับ Local SEO อย่างเต็มที่

แม้ว่าโปรไฟล์ Google My Business (GMB) จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของผู้ค้นหาในพื้นที่ แต่เว็บไซต์ของธุรกิจท้องถิ่นก็ยังมีบทบาทไม่น้อยในการเป็น “หน้าร้านออนไลน์” และแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

เมื่อพูดถึงธุรกิจบริการในพื้นที่ (SABs) และ Local SEO มีประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องให้ความใส่ใจ ดังนี้:

สร้างหน้าสำหรับแต่ละพื้นที่ (Location-Specific Pages)

หากเราให้บริการหลายพื้นที่ ให้สร้างหน้าสำหรับแต่ละพื้นที่ พร้อมเนื้อหาเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลติดต่อ และคีย์เวิร์ดเชิงพื้นที่ ตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีบริการหรือทีมช่างเคลื่อนที่ที่ให้บริการเฉพาะในบางพื้นที่ ควรระบุให้ชัดเจน

เทคนิคเสริมที่ดีคือฝัง Google Map ของพื้นที่นั้น ๆ ลงในหน้าที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ระวังอย่าคัดลอกเนื้อหาเหมือนกันทุกหน้า แต่ควรเพิ่มเนื้อหาเฉพาะของแต่ละพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการซ้ำกันของคอนเทนต์

ปรับแต่งหน้าเว็บและคอนเทนต์ให้เหมาะกับการค้นหาในพื้นที่

ใช้คีย์เวิร์ดท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องภายในหน้าเว็บที่เจาะจงแต่ละพื้นที่ รวมถึงใช้ในส่วนสำคัญอย่าง Title, Heading, Meta Description และ Alt Tag ของรูปภาพ

ตรวจสอบว่าเว็บไซต์รองรับการใช้งานบนมือถือ

วนกลับมาตอกย้ำความสำคัญอีกครั้งสำหรับกับทำเว็บไซต์ให้รองรับมือถือ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในยุคปัจจุบันที่ทุกธุรกิจควรมีเว็บไซต์ที่ตอบสนองต่อการใช้งานบนมือถือ (Responsive Website) โดยอิงจากข้อมูลผลสำรวจจาก Statista ระบุว่า ในปี 2023 การเข้าชมเว็บไซต์ทั่วโลกกว่า 58.67% มาจากมือถือ

สร้าง Local Citations

เพื่อยืนยันความเป็นธุรกิจท้องถิ่น (Localness) การลงทะเบียนธุรกิจบนไดเรกทอรีและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืมทำให้ข้อมูล NAP (ชื่อธุรกิจ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์) ให้ตรงกันทุกแพลตฟอร์ม

สำหรับธุรกิจบริการในพื้นที่ (SABs) อาจต้องค้นหาและลงทะเบียนในไดเรกทอรีที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ให้บริการ เป้าหมายหลักคือต้องการให้ Google เห็นว่าธุรกิจของคุณดำเนินการอยู่ในพื้นที่จริง ดังนั้นคุณควรมีตัวตนออนไลน์ในแต่ละโซนนั้นด้วย

Pro Tips: หากกำลังตัดสินใจว่าจะลงชื่อในไดเรกทอรีไหน (ฟรีหรือเสียค่าใช้จ่าย) ลองค้นหาคีย์เวิร์ดที่ต้องการให้เจอบน Google แล้วดูว่าไดเรกทอรีนั้น ๆ ขึ้นอันดับไหม ถ้าก็อาจไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน

การสร้าง Backlinks คุณภาพสูงและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและอันดับการค้นหาท้องถิ่นให้เว็บไซต์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทำได้ดังนี้:

  • ติดต่อธุรกิจอื่น ๆ ในพื้นที่: หาโอกาสร่วมมือกับธุรกิจที่ให้บริการเสริมหรือเกี่ยวข้องกันในพื้นที่ที่ เพื่อทำการแลกลิงก์
  • มีส่วนร่วมในชุมชน: สนับสนุนกิจกรรมภายในท้องถิ่น เข้าร่วมฟอรัมชุมชน และสร้างความสัมพันธ์กับองค์กรในพื้นที่เพื่อรับลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ ทั้งนี้ การได้รับ Backlinks จากเว็บไซต์ที่กล่าวถึงกิจกรรมชุมชนหรืองานอีเวนต์ก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อ Google ว่าgikมีตัวตนและเชื่อมโยงอยู่ในพื้นที่

4. ใช้คอนเทนต์และโซเชียลมีเดียที่เน้นพื้นที่ให้บริการ (Service-Area Focused)

SEO ในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่การวุ่นอยู่กับเรื่องโครงสร้างเว็บไซต์และการสร้าง Backlinks ที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและให้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อตอบโจทย์คำถามของกลุ่มเป้าหมาย สร้างภาพลักษณ์ให้ธุรกิจเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทั้งสำหรับลูกค้าและ Search Engine

เคล็ดลับการทำ Local Content Marketing เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

  • สร้างคอนเทนต์เฉพาะเจาะจงในพื้นที่และเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง:
    เขียนบล็อกหรือบทความเกี่ยวกับประเด็นและกิจกรรมท้องถิ่น หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบริการของเราที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ ยิ่งคุณเป็นธุรกิจบริการในพื้นที่ ให้เจาะจงประเด็นเฉพาะในพื้นที่นั้น ๆ แล้วลิงก์เนื้อหากลับไปยังหน้าบริการในแต่ละพื้นที่ของเว็บไซต์
    ตัวอย่างคอนเทนต์:
    • บล็อกเล่าเกี่ยวกับงานอีเวนต์หรือกิจกรรมในชุมชน
    • เคสสตัดดี้ (Case Study) ที่เล่าถึงลูกค้าในแต่ละเขตพื้นที่ให้บริการ
  • โปรโมตคอนเทนต์ในระดับท้องถิ่น:
    การเขียนคอนเทนต์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรแชร์คอนเทนต์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น GBP, โซเชียลมีเดีย, กลุ่มชุมชนออนไลน์, และอีเมลข่าวสารเพื่อเข้าถึงผู้คนให้มากที่สุด
    ตัวอย่างคอนเทนต์โซเชียลหรือโพสต์ที่จะดึงดูดความสนใจในพื้นที่:
    • รูปภาพ “ก่อน-หลัง” ของโปรเจกต์ที่ทำสำเร็จในพื้นที่ต่าง ๆ
    • คำชมจากลูกค้า
    • เบื้องหลังการทำงานในแต่ละทำเล ให้เห็นภาพชัดว่าคุณให้บริการในพื้นที่ไหนบ้าง

5. ติดตามและวัดผล Local SEO อย่างสม่ำเสมอ

การติดตามผล Local SEO อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินว่าช่องทางหรือคอนเทนต์ใดได้ผลดีหรือไม่ดี พร้อมทั้งหาโอกาสปรับปรุง และวัดความสำเร็จของกลยุทธ์โดยรวม

ด้านล่างนี้ คือ 5 ส่วนสำคัญที่ธุรกิจบริการในพื้นที่ (SAB) ควรโฟกัสเมื่อคิดถึงการวัดผล Local SEO:

  • วิเคราะห์ข้อมูลบน GMB Insights

ตรวจสอบค่าการแสดงผล (Views), การค้นหา (Searches), คลิก (Clicks), ข้อความ (Messages) และการโทร (Calls) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าผู้ใช้ค้นเจอโปรไฟล์ของเราได้อย่างไร และมีปฏิสัมพันธ์กับคุณมากน้อยแค่ไหน

  • ใช้ Google Analytics

ติดตามแหล่งที่มาของทราฟฟิกในเว็บไซต์, ประสิทธิภาพของหน้า Landing Page, พฤติกรรมผู้ใช้งาน รวมถึงอัตรา Conversion เพื่อตีความว่าผู้ใช้งานพบและโต้ตอบกับคอนเทนต์ของคุณอย่างไร แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปวางแผนการทำ SEO และ Content Marketing อย่างแม่นยำ

  • เฝ้าดูอันดับการค้นหาในพื้นที่

ใช้เครื่องมือ Rank Tracking เพื่อตรวจสอบและปรับแต่งตำแหน่งเว็บไซต์ของคุณใน Local Map Pack และผลการค้นหาตามคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง

  • ติดตามการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มมีเครื่องมือวัดผลทั้งการเข้าถึง (Reach) และการมีส่วนร่วม (Engagement) คอยดูว่ากลุ่มผู้ติดตามที่มีส่วนร่วมสูงสุดเป็นใคร แล้วอย่าลืมโต้ตอบกับผู้ติดตามอย่างต่อเนื่อง

เจาะตลาดท้องถิ่นอย่างตรงจุด

Local SEO ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจบริการในพื้นที่ (Service Area Businesses) ที่ต้องการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในเขตหรือพื้นที่ที่ให้บริการ

เพียงนำกลยุทธ์ที่ได้แนะนำไปมาประยุกต์ใช้ ก็สามารถวางแผนครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย ดึงดูดลูกค้าในพื้นที่ และขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

  1. ปรับแต่งและใช้ประโยชน์จาก Google My Business (GMB) เพื่อแชร์คอนเทนต์และสื่อสารกับลูกค้า
  2. ขอรีวิวจากลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณให้บริการครอบคลุมหลายโซน
  3. สร้างลิงก์ (Backlinks) จากไดเรกทอรี พาร์ทเนอร์ หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่
  4. ทำเว็บไซต์ให้แข็งแรง ใช้งานได้ดีบนมือถือ และคงข้อมูลที่สอดคล้องกันทุกช่องทาง
  5. สร้างและแชร์คอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คำถามของลูกค้า อย่างตรงจุด
  6. ติดตามผลการทำงานของคุณ เพื่อดูว่ากลยุทธ์ใดใช้ได้ผลดี หรือควรปรับปรุงในจุดไหน

และอย่าลืมว่า อย่าขยายพื้นที่ให้บริการเกินความจำเป็น จน Google มองว่าไม่ใช่ “ธุรกิจท้องถิ่น” จริง ๆ โดยเฉพาะหากจุดให้บริการของคุณเกินระยะขับรถ 2 ชั่วโมงจากแหล่งที่ตั้งหลัก!

จะเห็นได้ว่าการทำ Local SEO เป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับธุรกิจมมาก ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท้องถิ่นที่มีที่ตั้งชัดเจนหรือธุรกิจบริการในพื้นที่ ที่ไม่มีหน้าร้านก็ตาม

ซึ่งการทำ SEO สำหรับธุรกิจท้องถื่นอาจจะมีความยุ่งยาก ถ้าหากรู้สึกว่าขั้นตอนเยอะ หรืออยากให้คนที่มีประสบการณ์โดยตรงดูแล The Conductor ก็พร้อมให้คำปรึกษา ติดต่อเรามาได้เลย!!

Read more

Google ยกเลิก Sitelinks Search Box

Google ยืนยัน! ยกเลิก Sitelinks Search Box อย่างเป็นทางการ

Google ได้ทำการลบเอกสารเกี่ยวกับ Sitelinks Search Box ออกจากระบบ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าฟีเจอร์การค้นหาแบบเดิมนี้ถูกยกเลิกอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาและปรับปรุงระบบค้นหาของ Google อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดียิ่งขึ้น

By admin
อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP

อัปเดต CrUX Report เจาะลึก LCP และความล่าช้า ช่วยปรับปรุงเว็บให้เร็วขึ้น

Google Chrome ปล่อยอัปเดตใหม่สำหรับ Chrome User Experience Report (CrUX) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ Largest Contentful Paint (LCP) และ ความล่าช้าของเครือข่าย (RTT) แบบละเอียด ช่วยให้การปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้ทำได้ง่ายและตรงจุดยิ่งขึ้น

By admin
Google บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ออก

Google อัปเดต Mobile Search Interface ทำไมถึงเอา Breadcrumbs ออก?

Google ประกาศเปลี่ยนแปลงการแสดงผล URL บนมือถือ ตัด Breadcrumbs ทิ้ง! เหลือเพียงชื่อโดเมน เพื่อให้ผลการค้นหาดูเรียบง่ายและอ่านง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง! บนเดสก์ท็อปยังคงแสดงผลตามปกติ แล้วการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลอย่างไรกับเว็บไซต์ของคุณ? มาดูรายละเอียดกันเลย! มี

By admin
ฟีเจอร์ Circle to Search คืออะไร

Google อัปเกรด Circle to Search ค้นหาไวขึ้นด้วย AI Overviews

เคยเจอสินค้าน่าสนใจบนโซเชียล แต่ไม่รู้ยี่ห้อ? เห็นโลโก้แปลกๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร? อยากค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องพิมพ์ให้ยุ่งยาก? Google ขยายขีดความสามารถของ Circle to Search เพื่อให้การค้นหาข้อมูลสะดวกและรวดเร็วขึ้น เพียงแค่ วงกลม ขี

By admin