Schema Markup คืออะไร ตัวช่วยปลดล็อคให้ SEO ติดอันดับได้อย่างตรงใจ
ปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีทั้ง On-page และ Technical ทำ Backlink ให้มีคุณภาพ เป็นสิ่งที่คนทำ SEO ต่างรู้กันเป็นอย่างดี แต่ความลับสำคัญในปี 2025 ที่จะเสริมพลัง SEO ให้ก้าวนำคู่แข่ง การใช้ “Schema Markup” คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม แล้ว Schema Markup คืออะไร ทำไมถึงมีส่วนสำคัญในการช่วยในการทำ SEO มาหาคำตอบกันใน Schema Markup คืออะไร ตัวช่วยปลดล็อคให้ SEO ติดอันดับได้อย่างตรงใจ
เข้าใจ Structure Data สักนิดก่อนรู้จัก Schema

ก่อนจะตอบคำถามว่า “Schema Markup คืออะไร” เราต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจ Structured Data หรือการจัดระเบียบข้อมูลบนเว็บไซต์กันซะก่อน
โดย Structure Data คือการจัดเรียงชุดข้อมูล Coding ให้เป็นระบบระเบียบแล้วฝังลงไปในเว็บไซต์ของเรา โค้ดเหล่านี้เองจะช่วยให้ Search Engine เข้าใจข้อมูลในเว็บได้ง่ายขึ้น
เรื่องน่าสนใจคือ มาตรฐานของ Structured Data ถูกกำหนดโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ร่วมกันพัฒนาให้ Search Engine เข้าใจโค้ดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Google, Bing, Yandex และ Yahoo ทำให้การใช้งาน Structure Data จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้การจัดอันดับเป็นไปได้ตรงจุดมากขึ้น
Schema Markup คืออะไร
พอเริ่มเข้าใจ Structure Data กันแล้ว ทีนี้มาดูกันว่า Schema Markup คืออะไรกันดีกว่า
Schema Markup คือรูปแบบโค้ดสำเร็จรูปที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานของ Schema.org เพื่ออธิบายโครงสร้างข้อมูลในหน้าเว็บให้ Search Engine เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น บอกว่า “ส่วนนี่คือชื่อร้าน” “ส่วนนี่คือเบอร์โทร” หรือ “ส่วนนี่คือราคาโปรโมชั่น” เป็นต้น
กล่าวคือชุดโค้ดที่ประกอบด้วย Structure Data ที่ติดบนเว็บไซต์เพื่อเพิ่มข้อมูลให้ Google bot เข้าใจเว็บไซต์ของเราได้ดีขึ้นก็คือ Schema Markup นั้นเอง
หน้าที่หลักของ Schema Markup
หน้าที่หลักที่ Schema Markup จะเข้ามาช่วยให้เว็บไซต์ของเรานั้นก็คือการอธิบายข้อมูลต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์ให้ Search Engine เข้าใจมากขึ้น ว่าหน้านั้น ๆ คือหน้าอะไร มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องไหน รวมถึงข้อมูลสำคัญอย่างคะแนนรีวิว รูปภาพ โดยที่ไม่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติม
การที่ Search Engine เข้าใจเว็บไซต์ของเราได้ดีขึ้น จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราถูกดึงขึ้นไปติดบน Feature ต่าง ๆ ของ Google ได้ดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Feature Snipper หรือ Rank Zero, FAQ Snippet หรือ Review Snippet ซึ่งจะช่วยทำให้ User เห็นข้อมูลสำคัญชัดเจนตั้งแต่หน้า SERP และได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากขึ้น
ความสำคัญของ Schema ต่อ SEO
จากหน้าที่ของ Schema Markup จะขอสรุปความสำคัญของ Schema ต่อการทำ SEO ออกมาได้ดังนี้:
- เพิ่มอัตราการคลิก (CTR): การมีข้อมูลสำคัญจากเว็บไซต์ของเรา ที่ดึงดูดสายตาบนหน้า SERP จะช่วยให้มีโอกาสได้คลิกมากขึ้น
- ส่งผลดีต่อการจัดอันดับ: เมื่อ Search Engine เข้าใจเนื้อหาได้แม่นยำ เว็บไซต์ก็มีความน่าเชื่อถือ และมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้น
- เข้าถึงข้อมูลได้ลึกขึ้น: Schema ทำให้ข้อมูลสินค้า บทความ หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์ปรากฏครบถ้วนในรูปแบบ Rich Snippets หรือ Rich Cards ซึ่งโดดเด่นกว่าผลการค้นหาทั่วไป
รูปแบบของ Schema Markup
จริง ๆ แล้ว Schema นั้นมีหลากหลายตัวให้เลือกใช้กันจนไม่หวาดไม่ไหว แต่รูปแบบชุดโค้ดที่ใช้จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบใหญ่ ๆ ดังนี้:
JSON-LD (JavaScript Object Notation for Linked Data)
ตัวอย่าง schema JSON-LD
เป็นรูปแบบ Schema Markup ที่ Google แนะนำ เนื่องจากโค้ดค่อนข้างสั้น กระชับ และเขียนเป็นบล็อกแยกจาก HTML ได้อย่างชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอัปเดตหรือแก้ไขข้อมูลโครงสร้างได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อเว็บมีขนาดใหญ่หรือมีข้อมูลอัปเดตตลอดเวลา
Microdata
ตัวอย่าง schema Microdata
เป็นการฝังโค้ดลงไปในแท็ก HTML โดยตรง ผ่านการใช้แอตทริบิวต์พิเศษ (เช่น itemscope, itemtype, itemprop) ทำให้ Search Engine เข้าใจได้ว่าข้อมูลส่วนไหนเป็นอะไร ข้อดีคือสามารถอ่านร่วมกับ HTML ได้ทันที แต่ก็อาจทำให้โค้ดยาวและดูซับซ้อนมากขึ้น หากหน้าเว็บมีข้อมูลหลายส่วน
RDFa (Resource Description Framework in Attributes)
ตัวอย่าง schema RDFa
เป็นอีกวิธีหนึ่งในการฝังข้อมูลโครงสร้างลงในแท็ก HTML คล้ายกับ Microdata แต่มีความยืดหยุ่นสูงกว่า สามารถทำงานร่วมกับข้อมูลประเภทต่าง ๆ ได้ง่าย อย่างไรก็ตาม คนที่พึ่งเริ่มต้นอาจพบว่า RDFa มีความซับซ้อนกว่า JSON-LD และ Microdata จึงมักถูกใช้ในโปรเจ็กต์ใหญ่ หรือเว็บที่ต้องการประโยชน์เพิ่มเติมด้านการเชื่อมโยงข้อมูลหลายแหล่งเข้าด้วยกัน
Schema ยอดฮิตที่ถูกหยิบมาใช้ทำ SEO

อย่างที่ได้บอกไปเลยว่า Schema นั้นมีมากมายหลายตัวให้เลือกใช้ หลาย ๆ คนอาจะสับสนตั้งแต่เริ่ม ส่วนนี้เลยจะขอยกตัวอย่าง Schema Markup ยอดฮิตที่ถูกใช้งานกัน
- Product Schema: ระบุราคา ส่วนลด สต็อกสินค้า คะแนนรีวิว
- FAQ Schema: จัดระเบียบข้อมูล “คำถามที่พบบ่อย” (Frequently Asked Questions)
- Article Schema: ช่วยบอกประเภทเนื้อหา วันที่เผยแพร่ ผู้เขียน
- Local Business Schema: บอกที่อยู่ เบอร์โทร เวลาทำการ เพื่อให้ลูกค้าหาเจอได้ง่าย
- Review Schema: แสดงคะแนนรีวิว จำนวนดาว และความคิดเห็นสั้น ๆ
ขั้นตอนการติดตั้ง Schema Markup บนเว็บไซต์
1. เลือก Schema Markup ที่ต้องการ
ก่อนจะติด Schema ควรเริ่มต้นด้วยเช็คว่าหน้าเว็บไซต์ของเราต้องใช้ Structure Data ตัวไหน ไม่ว่าจะเป็น Product Schema, Article Schema, Review Schema หรือ FAQ Schema การเลือกให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของเนื้อหาหน้านั้น ๆ จะทำให้ Search Engine เข้าใจว่าเราต้องการสื่อสารอะไร ช่วยเสริมโอกาสให้เว็บไซต์ติดอันดับและโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้ทันที
2. สร้างโค้ด Schema Markup
เมื่อเลือกประเภท Schema ได้แล้ว ก็ถึงเวลาสร้างโค้ดให้พร้อมใช้งาน ซึ่งเราสามารถใช้ Schema Markup Generator อย่าง
- Google’s Structured Data Markup Helper: ช่วยสร้างโค้ดที่เหมาะกับเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์
- Schema Markup Generator by Merkle:ตัวช่วยที่สร้างโค้ดได้ง่าย ๆ และรวดเร็ว
- JSON-LD Code Generator: สร้างโค้ดในรูปแบบ JSON-LD ซึ่งเป็นรูปแบบที่ Google ให้คำแนะนำ มากที่สุด
เพื่อให้ได้โค้ดที่พร้อมใส่ในเว็บแบบไม่ยุ่งยาก จากนั้นปรับข้อมูลในโค้ดให้ตรงกับสินค้าหรือบริการของคุณ เพียงเท่านี้ก็พร้อมลุยต่อ!
3. ติดโค้ด Schema Markup บนเว็บไซต์
หลังจากที่เราได้ชุดโค้ดมาแล้ว เราสามารถติด Schema Markup ได้ที่ส่วนของ <head> และ <body> ซึ่งส่วนนี้ก็ตามแต่ละตัวได้เลยว่าจะต้องติดตรงไหน ถ้าหากใช้ CMS อาจจะต้องติด Plug-in เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มชุดโค้ดลงไปในแต่ละส่วน
4. ตรวจสอบ Schema Markup ที่ติดตั้ง
ก่อนจะมั่นใจว่า Schema ของเราพร้อมแล้ว อย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องให้แน่ใจทุกครั้ง โดยใช้เครื่องมืออย่าง Rich Results Test หรือ Schema Markup Validator ของ Google หากโค้ดไม่มีปัญหาและข้อมูลแสดงผลสมบูรณ์ โอกาสที่เว็บไซต์ของเราจะโดดเด่นบนหน้า SERP ก็เพิ่มขึ้น พร้อมดึงดูดผู้ใช้งานและลูกค้าให้เข้ามาหาได้มากกว่าที่เคย
สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าอยากใช้ Schema Markup
แม้ว่าการติด Schema Markup จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำ SEO ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่ใช้ว่าติด ๆ เข้าไป แล้วจะส่งผลดีนะ มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่ไม่ว่าจะเป็นความถูกต้องของข้อมูล ไม่ใส่ข้อมูลเกินจริง เพราะว่าอย่างที่เรารู้กันว่า Google นั้นชอบความน่าเชื่อถือนั้นเอง
นอกจากนี้การติด Schema Markup ในปี 2025 นี้ควรติดให้ครบทุกหน้าด้วยประเภทที่เหมาะสม ที่สำคัญอย่าลืมตรวจสอบว่าโค้ดที่เราติดสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ของเราได้จริง
สุดท้ายนี้ต้องบอกว่า Schema Markup เป็นส่วนสำคัญที่ชาว SEO ไม่ควรพลาดเลยในปี 2025 นี้ การที่ Google เข้าใจเว็บไซต์ของเราได้ดีขึ้น ไม่ได้ช่วยแค่ให้เราติดใน Feature ต่าง ๆ ได้ดี แต่ Tool สำคัญอย่าง AI ก็จะเข้าใจเราได้มากขึ้น และมีโอกาสที่เราจะก้าวไปได้ไกลมากกว่าแค่ Search Engine
เริ่มต้นทำ SEO แบบครบวงจรได้ง่าย ๆ ติดต่อเรา รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน